หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 487,835 ทส.ออกแนวปฏิบัติผ่อนปรนตัดไม้ ‘หวงห้าม’ นัก กม.ชี้ไม่ควรเข้มกฎในที่ดินมี ‘เอกสารสิทธิ์’

ทส.ออกแนวปฏิบัติผ่อนปรนตัดไม้ ‘หวงห้าม’ นัก กม.ชี้ไม่ควรเข้มกฎในที่ดินมี ‘เอกสารสิทธิ์’
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 08/08/2560 16:19 น. จำนวนผู้เข้าชม 621 PRINT

ทส.ออกแนวปฏิบัติผ่อนปรนตัดไม้ ‘หวงห้าม’ นัก กม.ชี้ไม่ควรเข้มกฎในที่ดินมี ‘เอกสารสิทธิ์’

ทส.ออกแนวปฏิบัติผ่อนปรนตัดไม้ ‘หวงห้าม’ นัก กม.ชี้ไม่ควรเข้มกฎในที่ดินมี ‘เอกสารสิทธิ์’

ทส.แจง กรณีเกี่ยวข้องกับ “ความปลอดภัย” ชาวบ้านสามารถขอตัดไม้หวงห้ามได้ เพียงแค่ลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โฆษกกระทรวงทรัพย์ฯ ยืนยัน อยู่ระหว่างแก้ไขกฎระเบียบ-มติครม.

นายประลอง ดำรงค์ไทย โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2560 ตอนหนึ่งว่า ทส.ได้ออกแนวปฏิบัติการตัดไม้หวงห้ามในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งหากเจ้าของไม้มีเอกสารไม่ครบถ้วนสามารถไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจไว้ โดยให้แจ้งว่ามีไม้หวงห้าม เช่น ไม้พะยูง ยางนา สัก ล้มทับอยู่ จากนั้นก็สามารถตัดและเคลื่อนย้ายเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อขั้นตอนยังไม่ถูกต้อง ระหว่างที่มีการลงบันทึกประจำวันก็ให้เก็บไม้เหล่านั้นไว้ก่อน โดยจะให้สถานีตำรวจเป็นผู้เก็บรักษาไม้ไว้หรือชาวบ้านจะเก็บรักษาไว้เองก็ได้

นายประลอง กล่าวว่า ขณะนี้มีการปรับแก้หลักการใน พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ.2535 แล้ว โดยจะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่ปลูกไม้หวงห้ามอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์สามารถยื่นเรื่องขอตัดไม้ได้ทันที โดยต้องนำหลักฐานเอกสารสิทธิ์เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของไปแสดงแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งหากได้รับการอนุมัติก็จะสามารถดำเนินการตัดได้ภายใน 3-5 วัน

นายประลอง กล่าวอีกว่า ส่วนตัวได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการแก้ไขระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่ไม่สอดคล้องกับประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วขึ้น ยืนยันว่าในกรณีที่เป็นไม้ที่มีกรรมสิทธิ์ ประชาชนจะไม่เดือดร้อนอีกต่อไป

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีบ้านพักของ นางหนึ่งฤทัย สารภัคดี ชาวบ้าน ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ถูกไม้พะยูงล้มทับ จนต้องไปอาศัยอยู่กับบุตร เนื่องจากไม่กล้าตัดและได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเป็นเวลานานถึง 3 เดือน จึงจะสามารถตัดไม้ดังกล่าวได้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2560

นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ให้นำกรณีของนางหนึ่งฤทัยเป็นกรณีศึกษา หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกให้บูรณาการความช่วยเหลือและเร่งแก้ไข ผู้นำชุนชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ ต้องเอาใจใส่ดูแล เป็นที่ปรึกษาให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน อย่าปล่อยให้ชาวบ้านรู้สึกเดียวดาย และเผชิญปัญหาตามลำพัง จนเกิดอุปสรรคอย่างกรณีนี้ที่ความช่วยเหลือมาถึงช้ามาก

วันเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติจนทำให้ไม้หวงห้ามหักล้มทับและต้องรีบตัดหรือเคลื่อนออกอย่างเร่งด่วนนั้น สามารถดำเนินการได้ 2 แนวทาง ได้แก่ 1.หากมีเอกสารโฉนดที่ดินยืนยันว่าไม้หวงห้ามได้ขึ้นในพื้นที่ของตน ก็สามารถไปแจ้งยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) หรือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตัดหรือเคลื่อนย้ายได้ทันที

2.กรณีที่ไม่มีเอกสารโฉนดที่ดินมาเป็นหลักฐาน เนื่องจากนำโฉนดที่ดินไปเข้าธนาคารอย่างกรณีนางหนึ่งฤทัย ชาวบ้านสามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หรือทสจ. จะร่วมลงพื้นที่เพื่อเป็นสักขีพยานการตัดไม้หรือเคลื่อนไม้ดังกล่าว และให้เก็บไม้หวงห้ามนั้นไว้เป็นไม้ของกลางจนกว่าชาวบ้านจะนำเอกสารโฉนดที่ดินมายืนยันเป็นเจ้าของ

นายสุมิตรชัย หัตถสาร นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ออกมาเพื่อควบคุมการทำไม้ โดยมีการกำหนดประเภทไม้หวงห้ามประเภท 1 และ 2 ซึ่งไม่ว่าจะปลูกอยู่ที่ใดก็ห้ามตัด นั่นหมายความว่าประชาชนปลูกไว้ในที่ตัวเองก็ไม่สามารถตัดได้ หากตัดโดยไม่ได้รับอนุญาตก็จะมีความผิด

นายสุมิตรชัย กล่าวว่า สำหรับคดีความเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็มีพอสมควร เช่นเมื่อปี 2559 มีชาวบ้านไปตัดไม้พะยูงที่ล้มทับเส้นทาง เมื่อไปแจ้งทางอำเภอก็ไม่มีใครรับแจ้ง สุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ดำเนินคดีข้อหาตัดไม้ห่วงห้าม ทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต

“แม้ว่าไม้จะล้มมาทับบ้านก็จริง แต่เมื่อต้นมันยังอยู่คาต้น ถ้าไปเลื่อนไปตัดก็ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน เพราะถ้าตัดโดยพลการก็จะผิด พ.ร.บ. ป่าไม้ ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ”นายสุมิตรชัย กล่าว

นายกสมาคมนักกฎหมายฯ รายนี้ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวคิดว่ารัฐไม่ควรไปห้ามประชาชนตัดไม้ เพราะเป็นสิทธิของเขาและอยู่ในเอกสารสิทธิ์ของเขา โดยปัจจุบันรัฐก็มีกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.ป่าสงวน และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ซึ่งควรมีข้อยกเว้นในที่ของเอกชนที่มีเอกสารสิทธิ์ให้สามารถตัดไม้ของตัวเองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตรัฐ



ที่มา : >>>คลิก<<<


TAG ที่เกี่ยวข้อง