Biden ลงนามในคำสั่งให้รัฐบาลต้องบรรลุเป้าหมาย net-zero ภายในปี 2050 18 มกราคม 2565  68  กองส่งเสริมและเผยแพร่ Biden net-zero ภายในปี 2050 ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

          Biden ลงนามในคำสั่งให้รัฐบาลต้องบรรลุเป้าหมาย net-zero ภายในปี 2050

US จะเป็นผู้นำ โดยแสดงให้เป็นตัวอย่างในการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการกำจัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของรัฐ

รัฐบาลสหรัฐฯ จะมีส่วนร่วมในการจัดการปํญหาวิกฤติทางภูมิอากาศภายในปี 2050 โดยการกำจัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการดำเนินงานของรัฐบาล โดยกิจกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญอย่างหนึ่งคือกำหนดให้ยานพาหนะทั้งหมดเป็นยานยนต์ไฟฟ้า จากคำสั่งที่ลงนามโดยประธานาธิบดี Joe Biden

รัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา คือ เจ้าของที่ดิน ผู้ใช้พลังงาน และผู้จ้างงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งการเป็นผู้นำโดยปฏิบัติเป็นองค์กรตัวอย่างในการต่อต้านวิกฤติสภาพภูมิอากาศ โดยการกำจัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร

ในคำสั่งที่ลงนามโดยประธานาธิบดี Biden รัฐบาลจะต้องลดก๊าซเรือนกระจกลง 65% ภายในสิ้นทศวรรษนี้ และจะบรรลุเป้าหมาย carbon neutrality ภายในปี 2050 รัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกามียานพาหนะทั้งรถยนต์นั่ง และ รถบรรทุก กว่า 600,000 คัน จะถูกเปลี่ยนเป็นยานยนต์ zero emission ทั้งหมดในปี 2035 สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก จะถูกเปลี่ยนก่อนโดยมีกำหนดระยะเวลาภายใน 6 ปี

ในคำสั่งยังรวมถึง อาคารของรัฐบาลกว่า 300,000 แห่ง จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50% ภายใน 2032 และจะไม่สร้างปริมาณก๊าซเรือนกระจกสุทธิ (produced no net emissions) ภายในปี 2045 และการผลิตกระแสไฟฟ้าของรัฐทั้งหมดจะมาจากแหล่งพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ภายในปี 2030 ในส่วนของการจัดซื้อของรัฐจะบรรลุเป้าหมาย net zero emissions ภายในปี 2050

เราจะแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมและการดูแลสิ่งแวดล้อมสามารถปกป้องโลกของเราได้อย่างไร ปกป้องการลงทุนของรัฐบาลกลางจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนอเมริกาทั้งหมด และขยายเทคโนโลยี อุตสาหกรรมของอเมริกา และงาน” คำสั่งของประธานาธิบดีอ่าน

จากคำสั่งนี้ จะส่งผลให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 15% จากการปล่อยทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา จากการประเมินของ RMI - a non-profit clean energy organization

          Sarah Ladislaw (Managing Director of RMI’s US program) ได้กล่าวว่า

"การลดคาร์บอนของอาคาร ทำให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนของรัฐบาลกลางสำหรับโครงสร้างพื้นฐานมีเป้าหมายสำหรับโครงการที่สะอาดและยั่งยืน และขับเคลื่อนและแจ้งการลงทุนของเอกชนสำหรับเทคโนโลยีสะอาดเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งแสดงถึงลำดับความสำคัญด้านสภาพอากาศของการบริหารนี้

“การลงทุนชุดนี้ใช้ขั้นตอนที่จำเป็นมากเพื่อใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว: การเปลี่ยนแปลงของพลังงานสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกระตุ้นเศรษฐกิจของเรา”

นี่เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของประธานาธิบดี Biden ที่เดินทางสู่เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมาย net zero ภายในปี 2050 และ นอกจากนี้ประธานาธิบดียังได้กำหนดเป้าหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กำหนดเป้าหมายให้ระบบไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาทั้งหมดจะมาจากพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2035 และกำหนดให้ครึ่งหนึ่งของรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศจะต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2030

ประธานาธิบดี Biden ได้กำหนดเป้าหมายทางภูมิอากาศที่มีความทะเยอทะยานมากกว่าประธานาธิบดีคนใดๆ ของสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าเขาจะถูกวิพากย์วิจารณ์จากนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมกลุ่มต่างๆ ที่เรียกร้องให้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำมันแพง

กฏหมาย Build Back Better Act จะต้องใช้งบประมาณกว่า ห้าแสนล้านUSD เพื่อรองรับมาตรการต่างๆ เช่น การให้การสนับสนุนต่อรถยนต์ไฟฟ้า การให้ผลประโยชน์ทางภาษีกับการผลิตพลังงานหมุนเวียน และการให้การสนับสนุนกับชุมชนให้มีความสามารถในการฟื้นตัวจากผลกระทบ เช่น น้ำท่วม โดยนักวิเคราะห์ได้ประเมินว่าจะเป็นเรื่องยากมากที่จะหลีกเลี่ยงภัยพิบัติจากภาวะโลกร้อน หากไม่สามารถสร้างข้อกำหนดทางกฏหมายที่จะเป็นได้

ที่มา https://bit.ly/3m9VIH9

ขอขอบคุณข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

20 มกราคม 2565  50

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อการติดต่อของโคโรนาไวรัสหรือไม่