รีไซเคิลมลพิษทางอากาศ สร้างผลิตภัณฑ์รักษ์โลก 15 ธันวาคม 2564  56  กองส่งเสริมและเผยแพร่ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

“ทุกสิ่งในธรรมชาติ ล้วนมีคุณประโยชน์ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับมุมมองและการนำไปใช้ของมนุษย์” ประโยคนี้คงเป็นที่มาของเทคโนโลยีเพื่อการรีไซเคิล ซึ่งเป็นการนำขยะ ของเสียต่างๆ มาเปลี่ยนรูปลักษณ์หรือคุณสมบัติ ด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา และด้วยความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้เราสามารถรีไซเคิลได้แม้กระทั้ง “มลพิษทางอากาศ”

คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกๆ คนมีส่วนร่วมในการปล่อยมลพิษทางอากาศ โดยมลพิษทางอากาศนั้นประกอบด้วยก๊าซเรือนกระจกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหลัก ทำให้มีความเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนด้วย รวมถึงการก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมา จนในที่สุดปัญหามลภาวะทางอากาศก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ภายในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกเลยทีเดียว

หลายประเทศทั่วโลกจึงได้คิดค้นหาทางลดมลพิษทางอากาศ จนเกิดเป็นเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่ใช้เวลานานและไม่สามารถเลือกแหล่งกำเนิดและแหล่งกักเก็บคาร์บอนได้ ดังนั้นมนุษย์จึงนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ในแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศอย่างโรงงานอุตสาหกรรมหรือโรงไฟฟ้า และได้ต่อยอดเทคโนโลยีนี้ด้วยการนำมลพิษทางอากาศมาผลิตเป็น “ผลิตภัณฑ์จากมลพิษทางอากาศ” ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็น “การรีไซเคิลมลพิษทางอากาศ” ก็ว่าได้

เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้เชื่อว่า หลายคนคงอยากรู้จักกับ “ผลิตภัณฑ์จากมลพิษทางอากาศ” กันแล้ว วันนี้เราจึงขอเสนอแนวคิดของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ว่าทางผู้ริเริ่มมีไอเดียกรีนๆ แบบนี้ได้อย่างไร ขอเปิดตัวด้วย “หมึกจากมลพิษทางอากาศ” (Ari – Ink) โดยทาง Graviky ไอเดียนี้เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีปัญหามลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง โดยผู้ริเริ่มได้ไปเยือนที่ประเทศอินเดียแล้วพบว่าเสื้อสีขาวของตนเปื้อนผงฝุ่นสีดำ ซึ่งมาจากมลพิษทางอากาศของอินเดีย เขามองว่ามันดูเหมือนหมึกดำที่เปื้อนเสื้อ จึงได้ผลิตหมึกดำจากมลพิษทางอากาศ

โดยเริ่มแรกได้ทดลองใช้เขม่าควันดำจากเปลวเทียน ต่อมาได้พัฒนาเป็นอุปกรณ์ตัวกรองท่อปล่อยควันเสียต่างๆ จากนั้นเก็บคราบเขม่าที่ได้แล้วนำมาผสมกับสารตัวทำละลาย จนกลายเป็นน้ำหมึกสำหรับใช้ประโยชน์ด้านการเขียนและงานศิลปะต่างๆ ซึ่งทางศิลปินได้ทดลองใช้แล้วพบว่า ใช้งานได้ดีกว่าหมึกทั่วไป ซึ่งกำลังผลิตของทีมวิจัยอยู่ที่ประมาณ 1,000 ลิตร/ปี ถือได้ว่า Air-Ink มีประโยชน์ถึง 2 เท่า เพราะไม่เพียงช่วยลดปัญหามลพิษ โดยการรีไซเคิลเป็นน้ำหมึก แต่ยังช่วยลดปริมาณการใช้คาร์บอนในอุตสาหกรรม อาทิ การผลิตยาง น้ำหมึก สี และกระดาษคาร์บอน เป็นต้น

ไอเดียกรีนอันถัดมา เรายังอยู่ที่อินเดีย แต่ผลิตภัณฑ์นี้เป็นวัสดุก่อสร้างนั้นคือ “กระเบื้องคาร์บอนดำ” โดยผู้ริเริ่มเป็นสถาปนิกชาวอินเดีย เขาเห็นว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างมีส่วนในการสร้างมลพิษทางอากาศ โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่าร้อยละ 40 ที่ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศมาจากอุตสาหกรรมนี้ และเอเชียใต้ก็เป็นแหล่งผลิตอิฐรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ผู้ริเริ่มจึงคิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อลดปัญหาดังกล่าว และเป็นการตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียนด้วย

โดยเผยว่า เหตุผลที่ใช้คาร์บอนดำคือ คาร์บอนดำอยู่ในฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นมลพิษทางอากาศและส่งผลร้ายต่อสุขภาพ ซึ่งประเทศอินเดียต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นนี้อย่างหนักเมื่อปี 2019 นอกจากนี้ คาร์บอนดำยังดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ได้ดีกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึงหนึ่งล้านเท่า ทำให้เชื่องโยงกับภาวะโลกร้อนด้วย ผู้ริเริ่มจึงหันมาใช้คาร์บอนดำ เพราะนอกจากจะพัฒนาคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นแล้วยังช่วยลดโลกร้อนด้วย

กระเบื้องนี้ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนดำ ด้วยอุปกรณ์กรองของทาง Graviky จากนั้นทำการขจัดสิ่งปนเปื้อน เช่น โลหะหนักและฝุ่น ออกจากเขม่าจนได้เป็นคาร์บอนดำบริสุทธิ์แบบผง หลังจากนั้นนำมาผสมกับปูนซีเมนต์และเศษหินอ่อนจากเหมืองหินที่ไม่ใช้แล้ว โดยผู้ริเริ่มได้ตั้งเป้าหมายว่า กระเบื้องแต่ละแผ่นจะต้องใช้วัสดุเหลือใช้อย่างน้อยร้อยละ 70 ซึ่งกระเบื้อง 1 แผ่น เท่ากับการทำความสะอาดอากาศประมาณ 30,000 ลิตร

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างของ “ผลิตภัณฑ์จากมลพิษทางอากาศ” ยังมีอีกหลายไอเดีย เช่น ลูกปัดสร้อยข้อมือ Negative, Newlight Technologies ที่แปลงก๊าซเรือนกระจกเป็นวัสดุพลาสติกชีวภาพที่ทำหน้าที่เหมือนน้ำมัน,  AirCarbon วัสดุคาร์บอนติดลบที่นำไปใช้ในภาชนะอาหารและแฟชั่น และ Aether Diamonds ผลิตเพชรที่ปราศจากคาร์บอนโดยการดึงคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินออกจากชั้นบรรยากาศ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาอย่างสร้างสรรค์เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ แต่อย่างไรก็ตามนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอย่างสร้างสรรค์ ดังนั้น เราทุกคนไม่ควรลืมว่าวิธีสำคัญในการแก้ปัญหานึ้คือ การลดตั้งแต่ต้นทาง มาช่วยกันลดพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และหันมาเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นอย่างยั่งยืน

ที่มา

https://www.blockdit.com/posts/5e43f504c84ce20c92f4291b

https://ichi.pro/.../kharbxn-penk-lang-mi-pheiyng-phx...

https://hilight.kapook.com/view/182753

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4250188778442870&id=1523107561151019&m_entstream_source=timeline

20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

16 ธันวาคม 2564  56

สถานการณ์ความเข้มข้น ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ (CO2)