"ฝุ่น PM 2.5" มลภาวะที่ต้องเตรียมรับมือ 13 ธันวาคม 2564  60  กองส่งเสริมและเผยแพร่ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

PM 2.5 มลภาวะที่ต้องเตรียมรับมือ

ทุกวันนี้อากาศที่เราหายใจเข้าไปเต็มไปด้วยสิ่งเจือปนต่างๆมากมาย โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณตัวเมืองที่มีประชากรอยู่อย่างหนาแน่น เพราะมันเต็มไปด้วยฝุ่นควันจากยานยนต์ เชื้อโรค และสารปนเปื้อนต่าง ๆ ที่มองไม่เห็นอีกมากมาย ซึ่งโดยปกติแล้วจมูกของเราจะมีขนจมูกที่ช่วยกรองฝุ่นละอองต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ปัจจุบันในประเทศไทยได้เกิดปัญหามลภาวะทางอากาศที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง PM2.5 ซึ่งจมูกไม่สามารถกรองฝุ่นนี้ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้ ทำให้ต้องหาวิธีหลีกเลี่ยงและป้องกัน เพราะจะเป็นอันตรายและผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอย่างมากในภายหลัง

ฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศนั้นโดยทั่วไปจะมีขนาดตั้งแต่ 100 ไมครอนลงมา ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมากมายตามมาทั้งทางด้านสุขภาพ บดบังทัศนวิสัย นานาประเทศจึงได้มีการกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองในอากาศขึ้น โดยหน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อม ประเทศสหรัฐอเมริกา US. EPA (United State Environmental Protection Agency) ได้ทำการกำหนดค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์เอาไว้ออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้ฝุ่น PM 10 หรือที่โดยทั่วไปเรียกว่า “ฝุ่นหยาบ” (Course Particles) คือ อนุภาคฝุ่นละอองในอากาศที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 2.5 - 10 ไมครอน ฝุ่นประเภทนี้เมื่อรวมกันเป็นจำนวนมากแล้วมักจะสังเกตเห็นได้ง่าย เช่น ฝุ่นที่เกาะอยู่ตามข้าวของเครื่องใช้, เกสรดอกไม้ หรือฝุ่นละอองจากงานก่อสร้าง เป็นต้นฝุ่น PM 2.5 หรือที่เรียกว่า “ฝุ่นละเอียด” (Final Particles) คือ อนุภาคฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 2.5 ไมครอน

การจำแนกประเภทของฝุ่นละอองยังสามารถจำแนกได้อีกแบบ นั่นก็คือลักษณะการเกิดของฝุ่นละออง โดยแบ่งเป็น “ฝุ่นปฐมภูมิ” ที่เกิดจากแหล่งกำเนิดโดยตรง เช่น ฝุ่นจากภูเขาไฟปะทุ ฝุ่นจากกระแสลมที่พัดผ่าน เขม่าควันไฟ เป็นต้น และ “ฝุ่นทุติยภูมิ” ที่เกิดจากปฏิกิริยาต่างๆในชั้นบรรยากาศหลังจากที่ฝุ่นถูกปล่อยจากแหล่งกำเนิดไประยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยฝุ่นประเภทนี้จะกลายไปเป็นอนุภาคใหม่ที่ต่างจากเดิม หรือเป็นอนุภาคเดิมที่มีองค์ประกอบอื่นเพิ่มขึ้นมา

PM 2.5 หรือที่เรียกว่า “ฝุ่นละเอียด” (Final Particles) ในตอนนี้นั้นมีแหล่งกำเนิดส่วนใหญ่มาจากควันเสียของยานยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม โรงผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้พวก ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เมื่อทำปฏิกิริยากับสารอื่นในอากาศก็สามารถทำให้เกิดฝุ่นละเอียดได้ ในด้านผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพนั้นฝุ่น PM2.5 จะไปเพิ่มอาการของโรคทางเดินหายใจ ลดประสิทธิภาพในการทำงานของปอด ซึ่งผลกระทบจะแสดงออกมาให้เห็นได้ชัดเจนในผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคหอบหืด และเด็ก

ส่วนการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับฝุ่น pm 2.5 ที่เราควรปฏิบัติก็มีดังต่อไปนี้

1. ติดตามและเช็คคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ สำหรับประเทศไทยจะใช้ข้อมูลติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควัน โดยใช้ “ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air quality index, AQI) ซึ่งเมื่อค่าAQIมากกว่า100แสดงว่าคุณภาพอากาศไม่ดีและมีผลต่อสุขภาพ ดังนั้นควรมีการเช็คสภาพอากาศและระดับ AQIเป็นระยะ โดยสามารถเช็คได้จาก Application “ Air4Thai”

2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้าน เช่น จำกัดเวลาในการทำกิจกรรมที่อยู่นอกอาคาร หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ออกแรงหนัก

3. ใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันpm2.5 ควรเลือกใช้หน้ากากที่มีเครื่องหมาย NIOSH ทั้งประเภท N95 หรือ P100 ที่มีขนาดพอเหมาะครอบได้กระชับทั้งจมูกและใต้คางแนบสนิทกับใบหน้า หากไม่สามารถหาหน้ากาก N95 ได้ก็สามารถใช้หน้ากากธรรมดาได้(แต่อาจไม่สามารถป้องกันฝุ่นได้ดีนัก) โดยต้องสวมให้แนบสนิทกับใบหน้า ในกรณี ผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคปอดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และในเด็กเล็กไม่แนะนำให้ใส่ N95

4. หลีกเลี่ยงการก่อมลพิษ ไม่ทำการเผาขยะหรือเศษวัสดุการเกษตร ไม่สูบบุหรี่ ไม่ใช้รถควันดำ หรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถ้าพบเหตุการณ์เผาป่าหรือหญ้าข้างทาง

5. เตรียมที่อยู่อาศัยอย่างถูกวิธี ควรให้บ้านมีห้องที่สะอาด ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดและปิดรูหรือช่องที่อากาศจากภายนอกเข้ามาในอาคาร หมั่นทำความสะอาดห้องอยู่เสมอ โดยช้ผ้าชุบน้ำหมาด ไม่ใช้ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่น ควรใช้เครื่องปรับอากาศในการช่วยหมุนเวียนอากาศและปรับอุณหภูมิให้เหมาะ และควรใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดเหมาะกับห้องที่ต้องอยู่อาศัย โดยเครื่องฟอกอากาศนี้จะมีไส้กรอง หรือแผ่นกรองอากาศ HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) ที่ทำหน้าที่ดักจับสารประกอบและฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กตั้งแต่ 0.1 - 0.3 ไมครอน

6. เตรียมยาประจำตัว และสังเกตอาการที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายตนเอง ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวควรรับยาและการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยโรคปอดหรือหอบหืดควรเตรียมยาสำหรับกรณีอาการกำเริบ เช่น ยาขยายหลอดลมให้พร้อม สังเกตอาการ หากมีอาการผิดปกติ เช่น แสบโพรงจมูก แสบเคืองตามาก หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ ควรรีบไปพบแพทย์

เอกสารอ้างอิง
https://www.epa.gov/

https://www.synphaet.co.th/

https://www.bch.in.th/pm-2-5-article/

http://www.oic.go.th/.../GENERAL/DATA0000/00000200.PDF

- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)

- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หัวข้อ แพทย์เผย 'บุหรี่' มีส่วนก่อฝุ่น PM2.5เกินคาด

- คู่มือการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน2.5ไมครอน (PM2.5) ปี 2563







20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

15 ธันวาคม 2564  57

รีไซเคิลมลพิษทางอากาศ สร้างผลิตภัณฑ์รักษ์โลก