"ฝุ่น PM 2.5" ตัวอันตรายที่เป็นมากกว่า มัจจุราชเงียบ 09 ธันวาคม 2564  59  กองส่งเสริมและเผยแพร่ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม nextnormal ใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดคืนธรรมชาติสู่สมดุล

เชื่อว่าวินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าฝุ่นจิ๋วที่เล็กแต่ร้ายลึก มีชื่อเล่นว่า “ฝุ่น PM 2.5” ซึ่งชื่อเต็มของตัวอันตรายนี้คือ Particle Matter Smaller Than 2.5 Micron โดยเจ้าฝุ่นนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผมถึง 25 เท่า ซึ่งแหล่งที่มาส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์อย่าง “การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์” เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงจากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า การเผาไหม้ชีวมวล การเผาไหม้ขยะ และการเผาไหม้ในพื้นที่การเกษตร เป็นต้น

ด้วยความที่ฝุ่นนี้มีขนาดเล็กมากจึงทำให้เข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย ผ่านระบบทางเดินหายใจเล็ดลอดเข้าสู่ปอด ทำให้เกิดการระคายเคืองจนถึงขั้นอักเสบ และหากได้รับเป็นเวลานานอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดอุดตันเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าตัวอันตรายนี้ยังสามารถเล็ดลอดเข้าระบบเลือดไปสู่ไตเป็นผลให้ไตทำงานหนักขึ้น จึงเรียกได้ว่าฝุ่นจิ๋วนี้คือ “มัจจุราชเงียบ”

โดยมีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าแต่ละปีมีประชากรกว่า 7 ล้านคน ต้องเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ เช่น โรคหัวใจ ปอดอักเสบ และโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนในประเทศไทยมีบางการศึกษาวิจัยระบุว่ามีประชากรกว่า 7 หมื่นคนต่อปีต้องเสียชีวิตจากฝุ่นพิษนี้ นอกจากจะเป็นมัจจุราชเงียบบั่นทอนชีวิตคนทั่วโลกแล้วยังเป็นตัวสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยฝุ่น PM 2.5 ที่ฟุ้งกระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศจะสามารถลอยตัวได้เป็นเวลานานกว่าฝุ่นทั่วไป และหลังจากตกสู่พื้นผิวโลกด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกและการชะล้างของฝนจะทำให้เกิดการปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำ

นอกจากนั้น ฝุ่น PM 2.5 ยังเป็นตัวการที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทางอ้อมในมิติของค่าเสียโอกาสในด้านต่างๆ โดยมีข้อมูลการประมาณการค่าเสียโอกาสจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า ในปี 2563 พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหานี้คิดเป็นเงิน 3,200 – 6,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นด้านต่างๆ เช่น ค่าเสียโอกาสด้านธุรกิจการท่องเที่ยว คือนักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงไม่มาเที่ยวในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแย่ ค่าเสียโอกาสด้านสุขภาพ คือค่าใช้จ่ายที่ใช้เพื่อป้องกันและรักษาสุขภาพของประชากรจากปัญหาฝุ่นควัน และค่าเสียโอกาสของภาคธุรกิจอื่นๆ อย่างร้านอาหาร สวนอาหาร ตลาดนัด เป็นต้น ซึ่งในต่างประเทศก็ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเช่นกัน อย่างจีนที่เคยเกิดปัญหาฝุ่นควันขั้นรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ทำให้เกิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 0.7% ของค่า GDP จีน

เห็นได้ชัดเลยว่า ปัญหาฝุ่นจิ๋วนี้ไม่ใช้ปัญหาเล็กๆ เหมือนกับขนาดของเจ้าตัวปัญหาเลย แต่กลับเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศและระดับโลกเลยทีเดียว ซึ่งทางภาครัฐก็ได้ตระหนักถึงปัญหานี้มาตลอดและพยายามแก้ไขให้ดีขึ้น โดยออกนโยบายต่างๆ เช่น การปรับเปลี่ยนช่วงเวลาก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าไม่ให้ตรงกับชั่วโมงเร่งด่วน รณรงค์ให้ใช้รถไฟฟ้าสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว ควบคุมการเผาในที่โล่งตรวจจับรถควันดำ ส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 และ B20 เพิ่มจำนวนรถตัดอ้อยให้เกษตรกรใช้แทนการเผาในพื้นที่เกษตร กำหนดราคาอ้อยไฟไหม้ให้มีราคารับต่ำกว่าอ้อยสด และการส่งเสริมให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในด้านต่างๆ ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างๆ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐ และเอกชน รวมไปถึงประชาชนทั่วไป และเราก็สามารถช่วยกันบรรเทาให้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นี้ทุเลาลงได้ โดยเริ่มต้นง่ายๆ ที่บ้านของเรา เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับ “มัจจุราชเงียบ” ที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของเราเป็นแน่ วันนี้จึงขอเสนอไอเดียดีๆ ที่ช่วยป้องกันและลดฝุ่นในบ้าน ได้แก่ การเลือกใช้ตัวช่วยลดฝุ่น อย่างแผ่นกรองดักจับฝุ่น เครื่องพ่นไอน้ำ แต่หากไม่มีเครื่องนี้ ก็สามารถใช้สเปรย์น้ำยาปรับผ้านุ่มแทนได้ โดยการผสมน้ำยาปรับผ้านุ่ม 1 ส่วน ต่อน้ำ 4 ส่วน

นอกจากนี้ การเลือกใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อลดฝุ่นก็สามารถช่วยได้ เช่น ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ในการทำความสะอาดดีกว่าใช้ผ้าขนหนูทั่วไป และการใช้ไม้ม็อบดันฝุ่นที่ใช้กวาดและถูได้ในคราวเดียว นอกจากนั้น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านก็ช่วยป้องกันการเกิดฝุ่นได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวไม่เก็บฝุ่น อย่างหนังหรือไม้เคลือบเงา เฟอร์นิเจอร์ที่ปิดทึบ และลดการใช้ของตกแต่งจำพวกพรมและผ้าม่าน เป็นต้น การเลือกปลูกต้นไม้ในเขตบ้าน อย่างไม้ยืนต้นหรือไม้พุ่มที่มีผิวใบหยาบหรือมีขนมาก ต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มที่มีใบเล็กๆ จำนวนมากก็สามารถช่วยดักจับฝุ่นไม่ให้เข้าไปในตัวบ้านได้เช่นกัน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงไอเดียส่วนหนึ่งในการลดและป้องกันฝุ่นภายในบ้าน แต่เมื่อเราต้องออกนอกบ้านก็ควรป้องกันตัวเองจากฝุ่นพิษนี้ ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ?N95 หรือหากไม่มี ก็ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆปิดปากและจมูกไว้เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และหากคุณเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยใช้แอปพลิเคชันรายงานคุณภาพอากาศเป็นตัวช่วย ทั้งนี้ เราหวังว่าคุณจะนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และร่วมมือร่วมใจทำตามนโยบายต่างๆ เพื่ออัพเกรดคุณภาพอากาศของไทยเราให้ดีขึ้น และเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเองด้วย 

ที่มา :

บทความ “มาตรการระยะยาวเพื่อควบคุมคุณภาพอากาศให้เหมาะสม โดยใช้พืชพรรณที่มีศักยภาพในการดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ลงทุนน้อยแต่ได้ผลระยะยาว” โดย ผศ.ดร.ธรรมรัตน์ พุทธไทย, รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล, และ รศ.ดร.สุระ พัฒนเกียรติ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

05 ธันวาคม 2564  26

5 ธันวาคม 2564 วันดินโลก