บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รักษ์โลก 11 พฤศจิกายน 2564  37  กองส่งเสริมและเผยแพร่ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ในช่วงสิ้นเดือนหลายคนคงต้องการประหยัดเงิน โดยลดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงค่าอาหาร และเมนูอาหารในช่วงนั้นก็คงหนีไม่พ้น “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงิน แต่ยังเหมาะกับยุคเร่งรีบอย่างในปัจจุบัน โดยไทยบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ในอันดับ TOP 10 ของโลก คิดเฉลี่ยเป็น 54 ซอง/คน/ปี เห็นได้ว่าไทยมีการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวนมาก และสิ่งที่ตามมาก็คือขยะจำนวนมากเช่นกัน โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซองสามารถสร้างขยะได้ 3 – 4 ชิ้น อีกทั้งขยะเหล่านี้ยังไม่สามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ ทำให้เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

คิดดูว่าถ้าเราสามารถต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งซองเลยจะดีแค่ไหน ไม่ต้องฉีกซองต่างๆ ให้เสียเวลา แถมเครื่องปรุงก็ไม่เปื้อนมืออีกด้วย ซึ่งนักศึกษาด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวอังกฤษทำให้ความคิดนี้เป็นจริงได้ โดยงานวิจัยนี้คิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการลดขยะจากซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเขามองว่าซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นปัญหาขยะหลักของโลก

โดยออกแบบซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไบโอฟิล์มที่ไม่มีรสชาติจากแป้งมันฝรั่ง กลีเซอรีน และน้ำ แล้วนำมาห่อและซีลปิดผนึกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยความร้อนเพื่อป้องกันความชื้น เวลาทานแค่แกะซองห่อแล้วนำไปใส่ในน้ำร้อนมันจะละลายภายใน 1 นาที นอกจากช่วยลดขยะแล้ว ยังพบว่าช่วยลดเวลาในการต้มเส้นและฉีกซองต่างๆ ด้วย แต่แนวคิดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะไทยเองก็มีงานวิจัยที่ทำซองเครื่องปรุงละลายน้ำได้แบบนี้ เช่น งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่นำแป้งมันสำปะหลังมาผลิตเป็นซองน้ำมันเจียว เวลาจะทานก็ใส่ในชามที่มีน้ำเดือดทั้งซองแล้วละลายเอง แต่มันเป็นได้แค่งานวิจัยไม่มีการต่อ ยอด เพราะผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยไม่พร้อมลงทุนในเครื่องจักรใหม่

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระดับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร ซึ่งได้พัฒนาซองชนิดละลายน้ำสำหรับบรรจุน้ำมันและผงปรุงรสที่สามารถบริโภคได้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยผลิตจากฟิล์มเจลาตินหนังปลา ทำให้บริโภคได้ทุกศาสนา โดยมองว่าไทยมีโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำจำนวนมาก ซึ่งในการแปรรูปโดยเฉพาะปลาและหมึกก่อให้เกิดวัสดุเหลือปริมาณมาก เช่น หนัง โดยทั่วไปมักนำไปทำเป็นอาหารสัตว์และปุ๋ยที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำ จึงได้แนวคิดนำหนังปลามาเพิ่มมูลค่าโดยใช้เป็นวัสดุตั้งต้นในการผลิต “บรรจุภัณฑ์”

โดยเริ่มแรกนั้นบรรจุภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นนั้นมามีคุณสมบัติเด่นคือป้องกันการซึมผ่านของก๊าซและสารระเหยต่างๆ ป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ภายนอกและละลายในน้ำร้อนได้ดี จึงใช้ทำหน้าที่เก็บสารเติมแต่งอาหาร เช่น วัตถุกันเสีย สารช่วยรักษากลิ่นรส นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายให้กับอาหารระหว่างขนส่งด้วย ต่อมาได้พัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับผงปรุงรสและน้ำมันที่บริโภคได้ โดยมีการแก้ไขข้อด้อยด้วยการเพิ่มความสามารถในการป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำ อันเป็นคุณสมบัติสำคัญของบรรจุภัณฑ์ผงปรุงรส

และอีกตัวอย่างนวัตกรรมที่นำวัสดุเศษเหลือมาผลิตเป็นซองบรรจุภัณฑ์กินได้คือ งานวิจัยของ มทร.พระนคร โดยนักศึกษาสาขาวัสดุศาสตร์อุตสาหกรรม ได้คิดค้นซองเครื่องปรุงกินได้จากฟิล์มใบสับปะรด โดยมองว่าสับปะรดเป็น 1 ใน 7 สินค้าการเกษตรที่สำคัญของไทย ซึ่งสับปะรด 1 ไร่ จะได้ใบสัปปะรดเฉลี่ย 10,380 กก. จึงมีแนวคิดนำใบสัปปะรดมาเพิ่มมูลค่าผลิตเป็นซองบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้เนื่องจากใบสัปปะรดมีองค์ประกอบหลักเป็นเยื่อเซลลูโลสคุณภาพสูง (Alpha Cellulose) เหมาะที่จะผลิตเป็นฟิล์มคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (carboxymethyl cellulose :CMC) ซึ่งเป็นฟิล์มที่ย่อยสลายได้ด้วยวิธีทางชีวภาพและรับประทานได้

โดยฟิล์มใบสับปะรดมีขั้นตอนการผลิต 4 ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมเส้นใย, การสกัดเซลลูโลสคุณภาพสูง, การสังเคราะห์ CMC และการขึ้นรูปฟิล์ม CMC ทีมวิจัยได้ตรวจสอบโครงสร้างทางเคมี ความหนา ความสามารถในการละลาย คุณสมบัติความต้านทานแรงดึงของฟิล์ม และลักษณะภายนอกของฟิล์ม พบว่า ฟิล์ม CMC ที่ได้มีลักษณะใสบาง มีความคงตัวดี ละลายน้ำได้ดี และสามารถบริโภคได้ นอกจากนี้ยังไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และไม่ส่งผลต่อรสชาติด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างของงานวิจัยที่คิดค้นขึ้นมาภายใต้แนวคิดที่ต้องการลดขยะที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลก และไม่เพียงแค่ “ผลิตภัณฑ์สุดท้าย (Final Products)” ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังมีแนวคิดในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของวัสดุเศษเหลือที่เกิดจากอุตสาหกรรมและการเกษตร อย่างไรก็ตามงานวิจัยเหล่านี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดได้ก็ต่อเมื่อผู้ผลิตนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ถึงแม้จะลงทุนในส่วนของเครื่องจักรใหม่แต่เป็นการลงทุนที่ดีในระยะยาว และทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้บริโภคด้วย เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันสนใจในเรื่องผลิตภัณฑ์สีเขียวกันมากขึ้น

ที่มา : https://www.onep.go.th/9-%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0.../

ที่มา :  https://mgronline.com/science/detail/9550000085616

ที่มา : https://siamrath.co.th/n/151521

ที่มา :  https://www.thestorythailand.com/15/12/2020/9516/

ที่มา :  https://foodbizs.com/rising-market-of-instant-noodle/

20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

12 พฤศจิกายน 2564  36

Inversion ฝากั้นอากาศ เก็บกักมลภาวะ