อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม 20 เมษายน 2564  213  กองส่งเสริมและเผยแพร่ คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมอาหารซึ่งหมายถึง อุตสาหกรรมที่นำผลิตผลจากภาคเกษตร ครอบคลุมตั้งแต่ พืชที่ปลูก ปศุสัตว์ และ การทำประมงรูปแบบต่าง ๆ มาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหาร อาศัยเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร เครื่องจักรและวัตถุดิบอื่นๆ มาเป็นเครื่องมือในกระบวนการแปรรูป บรรจุภัณฑ์อาหาร เป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมนี้คือยืดอายุการเก็บรักษาผลิตผลจาก พืช ปศุสัตว์ และประมง โดยผลิตให้ได้ปริมาณมาก มีคุณภาพสม่ำเสมอ ปลอดภัย และสะดวกต่อการบริโภค แน่นอนว่า อุตสาหกรรมอาหาร มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลก ทั้งในด้านมูลค่าการผลิตการส่งออก การจ้างงาน และเชื่อมโยงกับทั้งภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมอื่นๆ แต่เมื่อประกอบกับ ตลาดอาหารโลกที่เปลี่ยนแปลงตามปัจจัยทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางการแข่งขันและผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งถูกมองว่า สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมีต้นทุนในการผลิตสูง ต้องใช้ทรัพยากรในการผลิตโดยเฉพาะน้ำมหาศาล มีส่วนทำให้ดินปนเปื้อน ก่อมลพิษ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงพบอีกว่า อุตสาหกรรมอาหารในบางประเทศบุกรุกป่าเพื่อการเพาะปลูก ยังไม่นับถึงประเด็นของการขาดการจัดการที่ชัดเจน ส่งผลให้ผลิตอาหารเกินปริมาณที่จำเป็น จนต้องเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก อุตสาหกรรมอาหารจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัวเพื่อลดภาระให้สิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว อุตสาหกรรมอาหารหลายแห่งได้ปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการโดยใช้แนวคิดต่างๆ เช่น การผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Productivity) หรือกลยุทธ์สำหรับการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มสมรรถนะในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป ผสมผสานระหว่างแนวคิดของเทคโนโลยีสะอาดและการลดปริมาณของเสีย แนวคิดนี้ครอบคลุมลําดับขั้นตอนการทํางานต่างๆ โดยจัดการสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับคุณภาพสินค้าใช้ วัตถุดิบ พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้เปลี่ยนเป็นของเสียน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย (Waste Minimization) ลดมลพิษที่แหล่งกำเนิด (Pollution Prevention) ทั้งนี้ รวมถึงการเปลี่ยนวัตถุดิบ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนในการผลิตไปพร้อมกัน Green Productivity เป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ประยุกต์และผสมผสานกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อป้องกันหรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพในการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดเป็นการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือผลิตภัณฑ์ เช่น เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์โดยหันไปใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย หรือ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษ วัสดุจากธรรมชาติ รวมถึงยกเลิกหีบห่อที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตซึ่งอาจจะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบ (Input Material Change) เลือกใช้วัตถุดิบที่สะอาด มีการปนเปื้อนน้อยที่สุดเช่นกำจัด ดิน ทราย กิ่งไม้วัชพืช ออกตั้งแต่แหล่งเพาะปลูกก่อนนำเข้าสู่โรงงานหรือเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อลดปริมาณน้ำที่ใช้เพื่อการชะล้าง นอกจากนี้ ยังใช้แนวทางเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ในกลไกในการผลิต หรือปรับปรุงอุปกรณ์ในสายการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่นใช้อุปกรณ์การขนถ่ายวัสดุ ที่เหมาะสมในการผลิตอาหาร เพื่อลดพลังงานในการขนส่ง ขนถ่ายอาหาร เพิ่มศักยภาพของกระบวนการผลิตให้สามารถลดต้นทุนการผลิตและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมวางแผนแยกของเสียที่เกิดขึ้นในขั้นตอนต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อนำไปสู่การคิดหาแนวทางในการใช้ซ้ำ (Reuse) หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารบางราย หันไปใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)เพื่อช่วยวางแผนและติดตามแก้ปัญหาระหว่างกระบวนการเพาะปลูก ทำให้เกษตรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพของผลผลิต ลดความสูญเสีย และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนมา รวมถึงนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จัดการระบบการขนส่งสินค้าที่ช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์และรักษาความสดใหม่ระหว่างกระบวนการขนส่ง หรือหันไปใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เพื่อสร้างความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรในการผลิตให้มากที่สุด แหล่งอ้างอิง

https://www.live-platforms.com/knowledge/1/7415

http://www.thailandindustry.com/indus…/news_preview.php…

19 เมษายน 2564  172

จากขยะพลาสติกในมหาสมุทร สู่ไมโครพลาสติกสะสมในสัตว์ทะเล