COP26 must urgently get specific in net-zero pathway ? 27 ตุลาคม 2564  50  กองส่งเสริมและเผยแพร่ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

จากรายงานฉบับบล่าสุดของ IPCC ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของ ใน scenarios ที่จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไว้ที่ 1.5 - 2 องศา ได้แสดงถึงปริมาณการกำจัด CO2 จำนวนมาก ที่จะต้องเกิดขึ้นภายหลังปี 2050 แต่ยังไม่ได้แสดงข้อมูลรายละเอียดของปริมาณการปล่อยที่ยังหลงเหลืออยู่ และปริมาณ CDR offsetting ที่จะต้องดำเนินการ


การที่ข้อมูลในรายงานยังไม่ชัดเจน อาจจะมาจากเหตุผล 2 ประการคือประการแรก ยังไม่มีความเชื่อมั่นสูงพอสำหรับประเด็นทางเทคนิค และการลงทุน ที่จะสามารถทำให้เกิดการกำจัด CO2 ได้ในระดับสูง ในทางกลับกันสิ่งนี้ทำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ ยังคงเชื่อว่าพวกเขาสามารถเลื่อนการตัดสินใจที่ยากลำบากนี้ออกไปเป็นเวลาหลายปีหรือหลายสิบปี โดยตั้งอยู่ในสมมติฐานที่ว่า การกำจัด CO2 จะได้รับการพัฒนาเพื่อขจัดปัญหาทางภูมิอากาศ ได้อย่างเพียงพอ และอนุญาตให้ผู้ก่อมลพิษทุกประเภท ตั้งแต่เหมืองถ่านหินไปจนถึงสายการบิน สามารถโต้แย้งว่าการปล่อยมลพิษสามารถดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากจะสามารถชดเชยด้วย CDR ได้ในที่สุด ประการที่ 2 รายงานยังไม่ได้แสดงถึงการพิจารณาด้านความเท่าเทียมกันของสังคม ด้วยวิธีการ และพื้นที่สำหรับการกำจัดคาร์บอนจะส่งผลต่อ ประเด็นทางเทคนิค และการแก่งแย่งพื้นที่กับ การผลิตอาหาร หรือการผลิตพลังงานหมุนเวียน ที่จะถูกเปลี่ยนไปใช้สำหรับการกำจัดคาร์บอน


อีกปัญหาหนึ่ง คือ คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจผิดที่ว่า 1 ตันของคาร์บอนที่ปล่อยออกมา เท่ากับ 1 ตันของคาร์บอนที่กำจัดออกไป - นี่เป็นสมการที่ผิดพลาดตัวอย่างเช่น การกำจัดคาร์บอนด้วยวิธีการทางชีวภาพ - เก็บสะสมคาร์บอนไว้ในป่าไม้ ดิน ป่าพรุ และผืนหญ้าทะเล ซึ่งใช้ในการ Offset ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก เชื้อเพลิงฟอสซิลนั้น มีความเหลื่อมล้ำอย่างมากในด้านช่วงเวลา เพราะกระบวนการทางชีวภาพเหล่านี้จะต้องใช้เวลาที่ยาวนานที่จะสามารถกำจัด - กักเก็บปริมาณคาร์บอนได้ในระดับที่มีนัยสำคัญ ในขณะที่การเกิดผลกระทบทางภูมิอากาศ เช่น ไฟป่า น้ำท่วม จะเป็นการรบกวนกระบวนการทางธรรมชาติเหล่านี้ ซึ่งอาจจะเป็นการทำให้ปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บไว้รั่วไหลกลับออกสู่บรรยากาศได้ เมื่อเทียบกับการกักเก็บไว้ในชั้นหินใต้เปลือกโลก


ซึ่งความกังวลนี้ เป็นข้อโต้แย้งไปยังแนวคิดตามวิธีการของ IPCC ที่มุ่งเป้าไปที่ผลรวมของการปล่อยโดยประเมินเป็น carbon budget และให้ทุกหน่วยของคาร์บอนสามารถบวกเพิ่มหรือแลกเปลี่ยนกันได้ที่ปริมาณเท่ากัน ผลสำเร็จของนโยบายด้านภูมิอากาศ ขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญกับแต่ละหน่วยของคาร์บอนไม่เท่ากัน โดยบ่งชี้ถึงปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกใดที่ส่งผลน้อยที่สุดต่อเศรษฐกิจ และการกำจัดคาร์บอนในรูปแบบวิธีการใดที่ จะให้ผลประโยชน์ร่วม (co-benefits) สูงสุดสำหรับความหลากหลายทางชีวภาพและสุขภาพ คำถามเหล่านี้ อาจจะได้รับความกระจ่างเมื่อรายงานจากคณะทำงานชุดที่ 2 และ 3 ได้ถูกเผยแพร่ (Reports of Working Groups II and III) แต่ด้วยรายงานจากคณะทำงานชุดที่ 1 เกี่ยวกับความเท่าเทียมกันของคาร์บอน ยังไม่สามารถขจัดความกังวลที่มีและอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ CDR นั้นหยั่งรากลึกไปในสังคม ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการเลือกกำหนดนโยบายที่ไม่ดีได้ สำหรับนโยบายที่มองถึงความแตกต่างกันของคาร์บอน ดูจะมีความซับซ้อนและมีความสอดคล้องต่อส่วนอื่นๆ ได้อย่างดี และยังบ่งชี้ถึงการยับยั้งหรือการลดการปล่อยได้ชัดเจน


หากมองถึงตลาดคาร์บอน เพื่อการ offset ด้วยระเบียบที่เอื้อให้ การบังคับการปฏิบัติ การสนับสนุน และรูปแบบการลดและการกำจัดคาร์บอน ดูจะยังไม่สอดคล้องกับข้อกังวลของแนวคิดคุณค่าคาร์บอนที่แตกต่างกัน ในเมื่ออนาคตของเราขึ้นอยู่กับความสามารถในการกำจัดคาร์บอนอย่างยั่งยืน เพื่อซ่อมแซมสภาพภูมิอากาศ คำถามสำหรับปริมาณการกำจัดคาร์บอนส่วนเกินที่หลงเหลือจากการลดนั้นมีปริมาณเท่าไร จะกลายเป็นประเด็นที่เข้มข้นทางการเมืองต่อไป


ในการประชุม COP26 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลจะมาประชุมกันเพื่อกำหนดทิศทางและนดยบาย หวังว่าพวกเขาจะไม่สร้างความผิดพลาด ซึ่งพวกเขาควรกำหนดเเป้าหมายสำหรับการลดการปล่อย และการกำจัดคาร์บอน แยกออกจากกัน และสร้างความมั่นใจว่าการปล่อยนั้นจะถูกจัดการอย่างเด็ดขาด ณ ที่แหล่งปล่อย


บทความโดย Duncan McLaren ; Professor at the Lancaster Environment Centre at Lancaster University.

ที่มา : https://bit.ly/3DjlHCq

20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

26 ตุลาคม 2564  41

ทำฟาร์มวัวอย่างไร ให้เป็นมิตรต่อโลก