ดอกไม้ไฟ ความสวยงามที่มาพร้อมมลพิษ 11 ตุลาคม 2564  50  กองส่งเสริมและเผยแพร่ มลพิษจากดอกไม้ไฟ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ในค่ำคืนของวันที่ทุกคนต่างเฉลิมฉลองอย่างคืนวันวันเทศกาลของแต่ละประเทศ เช่น วัน เทศกาลตรุษจีนและเทศกาลโคมไฟทั้งในจีนและไต้หวัน เทศกาลดิวาลี (Diwali) หรือเทศกาลแห่งแสงสว่างในอินเดีย เป็นต้น การจุดพลุ และดอกไม้ไฟถือเป็นการเพิ่มสีสันให้กับค่ำคืนเฉลิมฉลองอย่างหนึ่งตั้งแต่ในอดีตจนในปัจจุบันเรียกได้ว่าแทบจะขาดไม่ได้เลยสำหรับวันเหล่านั้น ความสวยงามที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้ายามกลางคืนแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาไม่กี่วินาทีก็ตามแต่จะมีคนรู้หรือไม่ว่ามีสิ่งใดถูกทิ้งเอาไว้หลังภาพที่สวยงามนั้นจบลงสิ่งนั้นก็คือมลภาวะทางอากาศนั่นเอง

.

ความสวยงามของดอกไม้ไฟนั้นก็ได้มาพร้อมกับอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมนั่นก็คือฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เป็นอนุภาคขนาดเล็กมากมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน (0.0025 มม.) และ PM10 ที่เป็นฝุ่นละอองอนุภาคที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ไมครอน และขยะที่มาจาก ตัวบรรจุภัณฑ์ ด้วยการที่เป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมาก จึงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อีกทั้งขนจมูกของเราก็ไม่สามารถกรองได้อีกด้วย
ทำให้เราหายใจเอาอนุภาคเหล่านี้เข้าสู่ปอดได้อย่างง่ายดาย ในบางกรณีอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากๆ สามารถที่จะปนเปื้อนเข้าสู่กระแสเลือดได้ อีกด้วย ด้วยความอันตรายที่มีผลต่อสุขภาพทางทางองค์การอนามัยโลก (WHO) มีการกำหนดให้ฝุ่น PM 2.5 อยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง
และค่าความปลอดภัยที่ดีไม่ควรเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

.

สิ่งที่สามารถมายืนยันได้ว่าการจุดพลุและดอกไม้ไฟนั้นส่งผลให้เกิดมลภาวะทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญก็เพราะว่าจากงานวิจัยของ Chi-Chi Lin (2016) ชี้ว่าการเผาไหม้ของดอกไม้ไฟในอากาศนั้นส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทั้งยังมีการปล่อยสารพิษและฝุ่นละอองออกสู่อากาศ จากการรวบรวมข้อมูลในวันงานเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ ที่จัดขึ้นที่บริเวณ National Mall ห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในงานนี้มีการจัดงานแสดงดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ขึ้น สิ่งนี้ได้สร้างความเข้มข้นเฉลี่ยของฝุ่นละอองอยู่ที่ 42 เปอร์เซ็นต์

.

ในช่วงเทศกาลดิวาลี ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของผู้นับถือศาสนาฮินดู เชน และซิกข์ ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญที่จะมีการจุดประทัดและดอกไม้ไฟขึ้น เพื่อขจัดความชั่วร้ายตามความเชื่อทางศาสนา ที่ประเทศอินเดียเองก็มีรายงานจากบีบีซีว่าระดับมลภาวะทางอากาศของอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการวัดค่าฝุ่นละอองเพื่อเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังงานเทศกาลพบว่าหลังจากการจุดพลุและดอกไม้ไฟ ค่าฝุ่นละอองในอากาศเพิ่มสูงขึ้นถึง 21-27%

.

จากการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการจุดพลุและดอกไม้ไฟ พบว่าในช่วงหลังจากการเผาไหม้จะมีความเข้มข้นฝุ่นละอองถึง 741 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งค่าที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์คือ ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เพียงแค่นั้นฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ดอกไหม้ไฟจะเต็มไปด้วย โปแตสเซียมคาร์บอเนต โปแตสเซียมซัลเฟต โปแตสเซียมซัลไฟด์ และซัลเฟอร์ที่ไม่ได้ทำปฏิกิริยา ซึ่งสารพวกนี้มีสารพวกออกไซด์ของโลหะผสมอยู่ และอาจมีคลอไรด์ผสมอยู่ด้วย เมื่อตกลงมาสู่ดินหรือน้ำจะทำให้เกิดการปนเปื้อน ยังไม่รวมถึงชิ้นส่วนและบรรจุภัณฑ์ของพลุไฟที่กลายเป็นขยะกระจายสู่พื้นที่ต่างๆ หรือไหลลงแหล่งน้ำเกิดเป็นมลพิษอีกด้วย

.

ความจริงแล้วหากเปรียบเทียบกับการใช้รถยนต์ดีเซลที่ส่งผลเสียต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของเราแล้ว อาจมองได้ว่าพลุและดอกไม้ไฟไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงอะไร แต่ขึ้นชื่อว่าสร้างผลกระทบแล้วไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ควรต้องมีการควบคุมดูแลการจัดการ หรือการพัฒนาเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

.

#ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

.

ที่มา https://themomentum.co/fireworks-increase-more-pollution/

http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=8

https://steemit.com/.../more-fireworks-mean-more-air...

20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

15 ตุลาคม 2564  39

ภูเขาไฟปะทุ คุณประโยชน์ที่แฝงอยู่ในหันตภัย