เอกชนตื่นตัวจัดการปัญหาขยะอย่างยั่งยืน

By 0
55
เอกชนตื่นตัวจัดการปัญหาขยะอย่างยั่งยืน

ภาคเอกชนตื่นตัวด้านความร่วมมือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การรณรงค์ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลายเป็นศูนย์ ด้วยแนวทางและมาตรการต่างๆ และในปัจจุบันความร่วมมือแก้ปัญหาขยะได้กลายเป็นอีกความท้าทายหนึ่งที่เอกชนหลายแห่งกำลังเข้ามาร่วมแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ที่ผ่านมามีรายงานว่า หอการค้าไทย หรือองค์กรตัวแทนของภาคธุรกิจเอกชน ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับภาครัฐให้กับนักลงทุน ผู้ที่สนใจ ให้คำปรึกษาในด้านข้อมูลอุตสาหกรรม ตลาด การลงทุน การบริการ การเงิน และระเบียบว่าด้วยการทำธุรกิจและการลงทุนต่างๆ ได้แสดงบทบาทชัดเจนในการเข้ามาร่วมแก้ปัญหาขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกในทะเลและขยะอาหารแบบบูรณาการ ผ่านทางเครือข่ายที่มีสมาชิกอยู่ราว 120,000 ราย

หอการค้าไทย ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ศึกษาที่มาของขยะทะเลและมาตรการจัดการปัญหาขยะทะเล รวมถึงเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยพบว่า ขยะทางทะเลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปีพ.ศ. 2553 มีขยะในทะเลประมาณ 400,000 ตัน แต่ในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 1,000,000 ตัน โดยขยะในทะเลไทยส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติก 11.7% กล่องโฟม 9.9% ห่ออาหาร 8.8% ถุงหูหิ้ว 8.6% ขวดแก้ว 7.5% ขวดพลาสติก 7.2% และหลอดดูด 5.1% ทั้งนี้ TDRI ได้ให้ข้อเสนอแนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ โดยรัฐบาลควรประกาศให้การแก้ไขปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติ ออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาขยะ เช่น การเลิกใช้โฟม การเก็บเงินหากใช้ถุงพลาสติก และการมัดจำขวด ฯลฯ โดยภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันรณรงค์ลดการสร้างขยะ พร้อมส่งเสริมการแยกขยะ

ด้านแนวทางในการลดขยะอาหาร หรือ Food Waste ได้กำหนดแนวทางให้ภาคการค้าและบริการ เช่น โรงแรม โดยการเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice) ขององค์กรเพื่อป้องกันการก่อให้เกิดขยะอาหารหรืออาหารส่วนเกินจัดระบบขนส่งสินค้าประเภทอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการเพื่อลดปริมาณอาหารเหลือ จัดสรรอาหารที่ยังสามารถบริโภคได้เพื่อประโยชน์สูงสุด (optimization) ด้วยการนำไปบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้หรือพนักงาน จำหน่ายในร้านค้าพิเศษในราคาถูกและจำหน่ายเป็นอาหารสัตว์ โดยเสนอแนะให้รัฐบาลส่งเสริมเรื่องนี้โดยการให้แรงจูงใจด้านภาษี หรือการสนับสนุนองค์กรที่เป็นคนกลางในการกระจายอาหาร นำขยะอาหารมาผลิตเพื่อใช้ใหม่ (recycle) คือ การนำขยะอาหารไปเข้ากระบวนการผลิตเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ผลิตก๊าซชีวภาพ (biogas) ผ่านกระบวนการ หมักย่อยแบบไร้อากาศ และการผลิตปุ๋ยเพื่อการเกษตร ฯลฯ

เช่นเดียวกับ เอกชนภาคการผลิตอาหารของไทย หลายรายได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในลดปริมาณขยะพลาสติกด้วยการการยกเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตั้งแต่โรงงานผลิตจนถึงร้านอาหาร การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ซ้ำ หรือนำมาใช้ใหม่ได้ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกต้อง เช่น บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ ได้ประกาศนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ร่วมขับเคลื่อนการลดปริมาณขยะพลาสติกจากกระบวนการผลิตและบริโภคอาหาร บนพื้นฐานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่ ยึดหลัก Reduce-Reuse-Recycle มาดำเนินการตั้งแต่เริ่มออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ลดการใช้พลาสติกในแต่ละบรรจุภัณฑ์ให้มากที่สุด เลือกใช้พลาสติกที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ และวัสดุที่เอื้อต่อการนำกลับมาใช้ใหม่ ตั้งเป้าหมายที่ให้มีวัสดุเหลือทิ้งหลังการบริโภคน้อยที่สุด

ด้านบริษัท ไทยเวิลด์แวร์ โพลีโพรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตพลาสติกรายใหญ่ นอกจากจะดำเนินการตามนโยบายภาครัฐโดยการยกเลิกการผลิตถุงพลาสติกตามประกาศของรัฐบาลแล้ว ยังหาแนวทางจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถเลิกการใช้ได้ โดยได้พัฒนานวัตกรรมในการนำพลาสติกชีวภาพมาทดแทน สนับสนุนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี มีประสิทธิภาพ ควบคุมไม่ให้ขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ออกไปเป็นภาระแก่ชุมชนและสังคม รวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลที่อยู่ในอุตสาหกรรมพลาสติก เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการและนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยร่วมมือกันในการสร้างสรรค์ ออกแบบ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้วัตถุดิบที่มาจากขยะพลาสติกหรือเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งพร้อมที่จะนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน สร้างสังคม Zero Plastic Waste โดยได้รับความร่วมมือจากลูกค้าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกระดับประเทศอีก 15 ราย

ยังมีตัวอย่างจากภาคเอกชนที่ตื่นตัวด้านความร่วมมือแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนอีกมากมาย และน่าเสียดายที่บางโครงการโดยเฉพาะงานด้านการรณรงค์และภาคปฏิบัติในการสร้างความตระหนักและความเข้าใจในการแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนกลุ่มต่างๆ ต้องชะงักลงเพราะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความร่วมมือด้านนโยบายในการดำเนินการของเอกชนที่ผ่านมา ก็นับเป็นสัญญาณที่ดีในการร่วมแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนในโอกาสต่อ ๆ ไป

 

http://www.pcd.go.th/Info_serv/File/Plastic%20Roadmap.pdf

หน้าแรก

Home

https://www.thairath.co.th/news/business/market-business/1958210