เมืองใหญ่ในโดมความร้อน/สภาวะโลกร้อน จุดร่วมของปัญหาเดียวกัน

By 0
877
เมืองใหญ่ในโดมความร้อน/สภาวะโลกร้อน จุดร่วมของปัญหาเดียวกัน

เมืองใหญ่ในโดมความร้อน/สภาวะโลกร้อน จุดร่วมของปัญหาเดียวกัน

เมื่อย่างเข้าฤดูร้อน พื้นที่เมืองใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยตึกสูง ผนัง กำแพง ถนนคอนกรีต อย่างกรุงเทพและปริมณฑล มักจะสัมผัสได้ถึงความร้อนได้อย่างต่อเนื่องชัดเจนกว่าพื้นที่อื่นๆ ซึ่งมีอากาศถ่ายเท อากาศร้อนในเมืองใหญ่ถูกอธิบายว่าเกิดจาก “โดมความร้อนหรือเกาะความร้อน” ปรากฏการณ์ที่ว่านี้ ช่วยหล่อเลี้ยงอุณหภูมิให้คนในเมืองใหญ่ๆ ต้องพบเจอแทบทุกปี

หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า โดมความร้อนหรือเกาะความร้อน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น สิ่งก่อสร้างในเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนกรีต รับแสงแดดร้อนๆ ตอนกลางวัน แผ่เป็นอากาศระอุร้อนในตอนกลางคืน เมื่อประกอบกับปริมาณรถยนต์ซึ่งมีความร้อนของเครื่องยนต์ปล่อยอุณหภูมิออกมาสู่บรรยากาศภายนอกอยู่ตลอดเวลา บางจุดถูกตึกสูงบัง ไม่มีอากาศหมุนเวียน ตกอยู่ในสภาพอากาศปิดตลอดทั้งวันทั้งคืน ก็ยิ่งส่งผลให้อากาศยิ่งร้อนขึ้น

อธิบายในรายละเอียด ก็คือ สาเหตุหลักที่ทำให้เมืองกลายเป็นโดมความร้อนคือ สิ่งก่อสร้างรอบตัวเราได้ปิดกั้นเก็บสะสมความร้อนจากภาคพื้นดินไม่ให้แผ่ขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงเวลากลางคืนซึ่งมีอากาศเย็นกว่ากลางวัน เพราะผิววัสดุของสิ่งก่อสร้างทั้งหลายนั้นมีคุณสมบัติสำคัญคือ ไม่คายน้ำ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา (EPA) ได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เกาะความร้อนเกิดขึ้นเมื่อพื้นที่ดินที่เคยปกคลุมด้วยพืชถูกแทนที่ด้วยยางมะตอยและคอนกรีตที่ใช้ทำถนน อาคารและโครงสร้างอื่นที่มีความจำเป็นสำหรับการเพิ่มที่อยู่อาศัยและที่ทำงานของประชากร ผิวพื้นเหล่านี้ดูดซับมากกว่าสะท้อนความร้อนจากแสงแดด ทำให้อุณหภูมิผิวพื้นและอุณหภูมิของอากาศเพิ่มขึ้น

อากาศร้อนในเมือง ยังส่งผลให้ทุกอาคารบ้านเรือนใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศเพื่อทำความเย็นมากยิ่งขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศไทย ช่วงพีคสุดในปี 2562 ระหว่างช่วงปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ 35,889 เมกะวัตต์ โดยเพิ่มขึ้นกว่าปี 2561 ที่ 4.6% ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนนี้ จะอยู่ระหว่าง 42-43 องศาเซลเซียสในเวลาเดียวกัน ซึ่งจากข้อมูลในปีที่ผ่านมาช่วงพีคสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 61 เวลา 13.51 น. อยู่ที่ระดับ 34,317 เมกะวัตต์  หากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลดลง 1 องศาเซลเซียส จะมีผลต่อการใช้ไฟฟ้าประมาณ 400 เมกะวัตต์

เครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่องนั้น ปล่อยสารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบรุนแรงกว่า CO2 หลายพันเท่า สู่ชั้นบรรยากาศ และมีส่วนที่ทำให้โลกร้อนขึ้น กรณีนี้จึงสิ่งที่ต้องตระหนักเพราะนับเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างปัญหา สภาพอากาศร้อนและภาวะโลกร้อน (Global Warming) อย่างชัดเจน

การเปิดเครื่องปรับอากาศ นอกจากจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเรื่องความร้อนเฉพาะหน้าแล้ว ยังก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศเพิ่มมากขึ้น วิธีที่จะลดความร้อนจากปรากฏการณ์โดมความร้อนลงที่ยั่งยืน คือ แต่ละเมืองต้องเพิ่มปริมาณ ต้นไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีพลังในการดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อย่างดี เป็นที่สังเกตได้ว่า เมื่ออาศัยใต้ร่มไม้ใหญ่ จะรู้สึกมีอุณหภูมิลดลง โดยเฉพาะในตอนกลางวันอุณหภูมิใต้ร่มไม้จะต่ำกว่าบริเวณรับแสงแดดโดยตรงจนเป็นที่สังเกตได้ อย่างไรก็ตามยังมีวิธีอื่นที่ช่วยให้ที่พักอาศัยเย็นลง โดยลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป

แหล่งอ้างอิง

https://www.posttoday.com/politic/report/544963

https://www.nationalgeographic.org/encyclopedia/urban-heat-island/

54321
(0 votes. Average 0 of 5)
Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Your Name:

Your Website

Your Comment