อนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ บนสายพานเศรษฐกิจหมุนเวียน

By 0
43
อนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ บนสายพานเศรษฐกิจหมุนเวียน

อนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ บนสายพานเศรษฐกิจหมุนเวียน

ด้วยความตระหนักว่าสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ทั้งด้านของการใช้ทรัพยากรในการผลิต ผลกระทบจากการผลิตและภาระการทำลายขยะจากเสื้อผ้าสิ่งทอที่ใช้แล้วและเหลือทิ้งจากการผลิตในแต่ละปี ส่งผลให้กลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้หันมาประกาศโรดแมปเดินหน้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ให้ความสำคัญกับ วัตถุดิบ ทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ไม่ให้สร้างผลกระทบสร้างผลเสียต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

ย้อนกลับไปช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 สหภาพยุโรปได้ประกาศ แผนยุทธศาสตร์ European Green Deal ที่ตั้งเป้าหมายในการพยายามผลักดันให้อุตสาหกรรมหลายประเภท รวมถึงสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ร่วมกันหามาตรการการดำเนินการที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนทั้งยุโรป โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบและการผลิตผลิตภัณฑ์ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปให้สามารถใช้ซ้ำ ซ่อมแซม และรีไซเคิลได้ รวมถึงการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ส่งเสริมการออกแบบตามหลักการ Eco-design และ เพิ่มการลงทุนในงานวิจัยและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

สหภาพยุโรปมีกำหนดการที่จะเสนอแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2564โดย มีเป้าหมายที่มองการไกลในการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอให้ฟื้นตัวจากวิกฤตการระบาดของโควิด-19 อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งนำเสนอผลสรุปด้านผลกระทบจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ ให้เห็นภาพชัดเจนว่า อุตสาหกรรมนี้ได้สร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมโดยมีส่วนร่วมในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับต้นๆ รวมถึงสามารถสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศตั้งแต่ต้นน้ำ คือตั้งแต่เรื่องของวัตุดิบในการผลิต ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงขั้นตอนการกำจัดสิ่งทอใช้แล้วหรือเหลือใช้ในปลายน้ำ

นอกจากนั้น แผนยุทธศาสตร์ด้านสิ่งทอที่ยั่งยืนฉบับนี้ ยังให้ความสำคัญกับ การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เริ่มจากกำหนดแนวทางปฏิบัติในการจัดเก็บขยะสิ่งทอแยกจากขยะทั่วไป เผยแพร่ข้อแนะนำในการจัดการกับสารเคมีอันตรายและการเลือกซื้อสิ่งทอเพื่อที่ยั่งยืน ใช้แนวทางจูงใจผู้ผลิตอย่างเป็นรูปธรรมเช่น อาจพิจารณาติดฉลาก EU Ecolabel หรือ ฉลากรับรองว่าสินค้านั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อดึงดูดผู้บริโภคอีกด้วย โดยหวังว่าแผนดังกล่าวจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นต้นแบสำหรับการพัฒนาสิ่งทอและความมีส่วนร่วมในการแก้ไขสภาพภูมิอากาศในยุโรป หากประสบความสำเร็จก็จะขยายแนวทางที่ได้ไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป

เช่นเดียวกับสิ่งทอของไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพานิชย์  ได้ประกาศความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดมลพิษตลอดทั้งกระบวนการผลิต ให้ตรงกับความต้องการของตลาดโลก ผสมผสานกับเอกลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้พร้อมกับโอกาสการขยายในธุรกิจใหม่โดยการสร้างการค้าแบบยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผู้บริโภค รวมถึงการต่อยอดงานวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสิ่งทอที่สอดคล้องกับแนวทางที่ได้วางไว้

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.europarl.europa.eu/news/en/headlines/society/20201208STO93327/the-impact-of-textile-production-and-waste-on-the-environment-infographic

https://www.thaitextile.org/th

https://ec.europa.eu/info/law/better-regulation/have-your-say/initiatives/12822-EU-strategy-for-sustainable-textiles