รีไซเคิล มาตรการที่ยังไม่เพียงพอสำหรับแก้ปัญหาขยะ

By 0
45
รีไซเคิล มาตรการที่ยังไม่เพียงพอสำหรับแก้ปัญหาขยะ
แม้หลายคนจะทราบดีแล้วว่า “การรีไซเคิลขยะ” ซึ่งหมายถึงการนำ ขยะ ของเสีย หรือวัสดุเหลือใช้ ที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เช่น แก้ว กระดาษ กระป๋อง เศษพลาสติก เศษโลหะ ไปเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นวัตถุดิบเพื่อนำไปผลิตสิ่งของต่างๆ อีกครั้ง เป็นทางออกหนึ่งในการจัดการปัญหาขยะ แต่การรีไซเคิลก็ยังมีข้อจำกัดหรือกระทั่งอุปสรรคหลายด้าน
 
เริ่มจาก การรีไซเคิลขยะ ทำให้หลายคนเชื่อมั่นว่า ลำพังการแยกขยะก่อนทิ้ง ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขยะรีไซเคิล เป็นแนวทางที่เพียงพอแล้วสำหรับการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะ ดูแลใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือปัญหามลพิษจากขยะ แต่หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ ยังมีแนวทางอื่นๆ อีกมากมายเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะเรื่องของการลดปริมาณการใช้หรือบริโภคเพื่อลดปริมาณขยะในแต่ละครัวเรือน และที่สำคัญ คือ การรีไซเคิลขยะไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลเพื่อกระตุ้นการบริโภคจนเกินพอดี
 
พลาสติกบางประเภทไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ พลาสติกส่วนใหญ่ที่เราพบเจอ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม โพลีเมอร์ (Polymer) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ “เทอร์โมพลาสติก” (Thermo Plastic) ซึ่งมีคุณสมบัติอ่อนตัวและหลอมละลายเมื่อได้รับความร้อน และจะแข็งตัวเมื่อเย็นลง พลาสติกประเภทนี้โครงสร้างโมเลกุลเป็นโซ่ตรงยาว ทำให้สามารถนำไปหลอมเหลวและนำกลับมาใช้ได้ใหม่เช่น พอลิเอทิลีน ,พอลิโพรพิลีน,พอลิสไตรีน ฯลฯ นิยมใช้ผลิต หลอดดูด ถุงพลาสติกที่บรรจุของร้อนหรืออาหาร ภาชนะพลาสติกอย่างถังน้ำ กะละมัง ขวดน้ำ ฯลฯ ขณะที่พลาสติกอีกประเภทหนึ่ง ที่เรียกว่า “เทอร์โมเซตติงพลาสติก” (Thermosetting Plastic ) ซึ่งมีคุณสมบัติ แข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลงรูปร่างไม่ได้ คงรูปหลังจากผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้ความร้อนและแรงดันในครั้งแรกและครั้งเดียว มีความแข็งแรง ทนทานสูง เมื่ออยู่ในอุณหภูมิสูงจะไหม้และแตกออกเป็นขี้เถ้าสีดำ พลาสติกประเภทนี้ไม่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น อีพ็อกซี, เมลามีน ฟอร์มาลดีไฮด์, ฟีนอลฟอร์มาดีไฮต์ ฯลฯ ส่วนใหญ่ใช้ผลิตเครื่องใช้ในครัว ช้อน ส้อม ตะเกียบ หรือจานชาม ผลิตแผ่นฟอร์ไมกา กระดานไวท์บอร์ด รวมไปถึงการใช้เคลือบผิวหน้าพาติเคิลบอร์ดที่ใช้ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์
 
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพลาสติกส่วนใหญ่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ และมีงานวิจัยที่พยายามหาแนวทางในการรีไซเคิลพลาสติกให้ครอบคลุมข้อจำกัดที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังขาดแคลนผู้ประกอบการด้านการรีไซเคิลขยะพลาสติกครบวงจรในประเทศไทย หรือมีเพียงไม่กี่ราย ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถรีไซเคิลพลาสติกบางประเภทได้ เพราะติดขัดปัญหาในเรื่องต้นทุนและเทคโนโลยีในการดำเนินการ
 
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปัญหาการรีไซเคิลขยะพลาสติกทั่วโลกได้รับผลกระทบตามมาหลายด้าน เช่น ผู้ประกอบการไม่สามารถใช้พลาสติกในกลุ่มที่เสี่ยงเป็นขยะติดเชื้อมารีไซเคิลได้ ประกอบกับช่วงสถานการณ์การระบาด ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันลดลง ส่งผลให้ราคาพลาสติกใหม่ราคาถูกลง เมื่อเทียบกับพลาสติกที่ได้มาจากการรีไซเคิล โดยพบว่า ขวดพลาสติกสำหรับใส่น้ำดื่มที่มาจากพลาสติกรีไซเคิล มีราคาสูงกว่าขวดพลาสติกใหม่ประมาณ 83-89% ผู้ผลิตน้ำดื่มบางรายจึงเลิกใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล
 
สำหรับขยะกระดาษ แม้ขยะประเภทนี้จะรีไซเคิลได้เกือบทั้งหมด แต่กระดาษรีไซเคิลยังมีข้อจำกัดในการใช้งาน และส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดจากการปนเปื้อนสารเคมีที่อยู่ในหมึกพิมพ์ซึ่งยากจะกำจัดได้ด้วยกระบวนการรีไซเคิล กระดาษรีไซเคิลส่วนใหญ่จึงไม่สามารถใช้กับอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ขยะจากกระป๋องอะลูมิเนียมก็ยังมีข้อจำกัดในการรีไซเคิล เช่น ไม่สามารถให้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสำหรับใช้ในการสร้างเครื่องบิน หรืออุปกรณ์บางชนิดได้
 
แต่ละปี ประเทศไทยสามารถรีไซเคิลขยะพลาสติกได้ประมาณ 5 แสนตัน จากจำนวนทั้งหมดที่เก็บได้ประมาณ 2 ล้านตัน แนวทางในการรีไซเคิลจึงช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้เพียง 1 ใน 4 ของปัญหาเท่านั้น ขณะที่วารสาร Science Advances ได้เผยแพร่ผลการวิเคราะห์ขยะพลาสติกทั่วโลกโดยระบุว่า ในจำนวนขยะพลาสติกทั้งหมดทั่วโลกประมาณ 8.3 พันล้านเมตริกตัน มีเพียง 9% เท่านั้นที่จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ และประมาณ 79 % ถูกจัดการด้วยการฝังกลบ จำนวนที่เหลือได้ถูกทิ้งให้เป็นขยะในสิ่งแวดล้อม
 
ที่มา