มลพิษในดิน ผลกระทบจากขยะ

By 0
231
มลพิษในดิน ผลกระทบจากขยะ

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization หรือ FAO) ระบุว่า ดินหนึ่งในสามของโลกได้สูญเสียความอุดมสมบูรณ์ ปนเปื้อนด้วยมลพิษ และขาดการฟื้นฟู แม้ปัญหาดินเสื่อมหรือปัญหามลพิษในดินจะถูกระบุว่ามาจากหลายสาเหตุประกอบกัน เช่น เกิดจากสภาพตามธรรมชาติ ภัยพิบัติ การใช้สารเคมี สารกัมมันตรังสี ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืชในการเกษตร เพราะสารเคมีบางชนิดที่คงทนต่อการสลายตัวและสะสมอยู่ ในดินเป็นเวลานาน แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาดินเสื่อมได้เช่นกันก็คือ ขยะมูลฝอยและของเสียต่าง ๆ ที่ถูกทิ้งและสะสมอยู่ในดิน

FAO ระบุอีกว่า แม้ตามวงจรธรรมชาติ ดิน จะมีการหมุนเวียนสร้างใหม่อยู่เสมอ แต่การสร้างหน้าดินใหม่เพียง 3 เซนติเมตรนั้น อาจจะต้องใช้เวลานานนับ 1,000 ปี และคาดการณ์กันว่า หากปัจจัยและอัตราการทำลายดินยังดำเนินต่อไปอย่างคงที่ หน้าดินทั่วโลกที่ยังมีคุณสมบัติดั้งเดิมอาจจะสูญสิ้นไปภายในเวลา 60 ปี

ก่อนดินจะปนเปื้อนหรือเสื่อมสภาพ ดินส่วนใหญ่มาจากสลายตัวของแผ่นเปลือกโลกและการย่อยสลายของซากพืชซากสัตว์ในธรรมชาติ ดินในแต่ละพื้นที่หรือภูมิภาคของโลกจะมีลักษณะและคุณสมบัติที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในอาณาบริเวณนั้น ส่วนประกอบของ ดิน เกิดจากการสลายตัวของหินและแร่ธาตุต่างๆ  45 % สารอินทรีย์ 5% น้ำ 25%  และอากาศ 25% ผสมกันปกคลุมผิวโลกอยู่เป็นชั้นบางๆ เป็นสสารที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเจริญเติบโตและทรงตัวของพืชพรรณทั้งหลาย

การทิ้งขยะและของเสียในย่านชุมชน ไม่ว่าจะเป็นขยะมูลฝอยทั่ว ๆ ไป ชิ้นส่วนพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่ถูกรวบรวมเป็นกองขยะและถูกฝังกลบอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ ล้วนมีส่วนส่งผลให้ดินสูญเสียคุณสมบัติดั้งเดิม ด้วยสาเหตุจากสารพิษในรูปต่าง ๆ ที่ปะปนมากับขยะ ผสมลงในดินธรรมชาติ การปนเปื้อนสารพิษบางชนิดอาจทำให้เสื่อมโทรมไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร หรือกลายเป็นดินที่สร้างผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ได้

ที่ผ่านมา ปริมาณขยะมหาศาลที่ถูกรวบรวมมาจากพื้นที่ต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะถูกกำจัดด้วยการฝังกลบ บ่อฝังกลบขยะ จึงต้องมีมาตรการจัดการดูแลที่รัดกุม เช่น ต้องอยู่ในพื้นที่หน่วยงานรับผิดชอบอนุญาต ต้องถูกออกแบบ ปฏิบัติงานและควบคุมจากเจ้าหน้าที่ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน บ่อฝังกลบขยะแข็งต้องระวังเรื่องสารปนเปื้อนที่อาจออกมาจากไอน้ำ ต้องมีการตรวจวัดการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินและการรั่วไหลจากแก๊สในบ่อหมัก ตำแหน่งที่ตั้ง ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือเขตหวงห้าม มีแผ่นวัสดุกันน้ำ ปูทั้งด้านล่างและด้านข้างของบ่อ เพื่อป้องกันน้ำใต้ดินซึมเข้าไป หรือน้ำชะขยะรั่วซึมออกมา มีระบบการเก็บกักและระบายน้ำจากขยะ เพื่อนำไปบำบัดก่อนทิ้ง

อย่างไรก็ตาม การกำจัดขยะด้วยการฝังกลบ ซึ่งเป็นวิธีการหลักในการกำจัดขยะเกือบทุกชนิด ทำให้บ่อขยะหลายแห่งต้องขยายพื้นที่ขึ้นทุกปี แต่หากจำนวนขยะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่อขยะบางแห่งก็อาจจะมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหานอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า มีขยะจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะขยะพิษหรือขยะปนเปื้อนถูกลอบทิ้งหรือฝังกลบอย่างผิดหลักการอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ป่าอยู่เสมอ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและมีค่าใช้จ่ายต่ำ กรณีนี้เองที่จะสร้างปัญหาการก่อมลพิษในดิน แหล่งน้ำ หรืออาจจะลุกลามไปยังระบบนิเวศในพื้นที่ดังกล่าว ตามมา

การร่วมกันลดขยะจากบ้านเรือน ลดปริมาณการใช้สิ่งของที่สร้างขยะลง ด้วยการสร้างนิสัยการใช้ตะกร้าหรือถุงผ้าทุกครั้งที่ต้องจับจ่ายสินค้า เลือกซื้อบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้อีก นำเสื้อผ้าเก่าไปบริจาคหรือดัดแปลงกลับมาใช้ใหม่ การซ่อมแซมอุปกรณ์และสิ่งของต่าง ๆ การใช้สินค้ามือสอง การคัดแยกขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลก่อนทิ้งเพื่อลดกระบวนการขั้นตอนในการคัดแยกขยะ ฯลฯ ยังเป็นเรื่องจำเป็น และนับเป็นการช่วยลดมลพิษหรือลดปัญหาดินเสื่อมได้อีกทางหนึ่ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย – https://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=3093

National Geographic Society – https://www.nationalgeographic.org/encyclopedia/pollution/

ดินที่อุดมสมบูรณ์คือดินที่หล่อเลี้ยงโลก