“ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก” สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ถึง 4.5 ล้านครัวเรือน เริ่มการก่อสร้างแล้ว

By 0
85
“ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก” สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ถึง 4.5 ล้านครัวเรือน เริ่มการก่อสร้างแล้ว

พลังงานลมนับเป็นพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติที่สะอาด และสามารถใช้ได้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น ซึ่งในปัจจุบันได้มีการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบประเทศยุโรปที่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ

และเมื่อไม่นานมานี้ประเทศอังกฤษได้มีการลงมือสร้างฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ โดยได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่ในแถบทะเลเหนือใกล้กับหมู่บ้าน Ulrome ซึ่งอยู่ริมชายฝั่งในเมือง East Riding of Yorkshire ประเทศอังกฤษและใช้ชื่อว่า ‘Dogger Bank’ ซึ่งบริษัทพลังงาน SSE ได้ประกาศว่างานบนฝั่งของโครงการฟาร์มกังหันลม ‘Dogger Bank’ ขนาด 3.6 กิกะวัตต์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

สำหรับฟาร์มกังหันลม ‘Dogger Bank’ นี้ ต้องถือว่าเป็น “ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เพราะประกอบไปด้วยพื้นที่นอกชายฝั่งขนาด 1.2 กิกะวัตต์ จำนวนถึง 3 แห่ง คือ Creyke Beck A, Creyke Beck B และTeesside A โดยโครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท SSE Renewables ประเทศอังกฤษ และ Equinor บริษัทพลังงานรายใหญ่ของประเทศนอร์เวย์ และในด้านงานก่อสร้างนั้น ดำเนินการโดยบริษัท Jones Bros Civil Engineering U.K. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ตอนเหนือของ Wales

จุดเด่นของฟาร์มกังหันลมนี้มีแผนที่จะใช้กังหันลม Haliade-X ของบริษัท GE ซึ่งมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดถึง 12 เมกะวัตต์และมีความสูง 260 เมตร ซึ่งจะมีศักยภาพในการผลิตพลังงานทดแทนเพียงพอสำหรับประชากรมากกว่า 4.5 ล้านครัวเรือนต่อปีเลยทีเดียว

ทั้งนี้ นายสตีฟ วิลสัน กรรมการผู้จัดการของฟาร์มกังหันลม ‘Dogger Bank’ แห่งนี้ได้กล่าวเสริมว่า การขุดดินพลั่วแรกถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญสำหรับทุกโครงการ แต่สำหรับโครงการ ‘Dogger Bank’ จะเป็นฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ และนี่จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับโครงการทุกโครงการที่ได้ดำเนินการมาแล้วกว่าทศวรรษ

ที่ผ่านมาต้องถือว่า ประเทศอังกฤษ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในภาคพลังงานลมนอกชายฝั่ง เป็นที่ตั้งของโครงการต่างๆ ตัวอย่างเช่น ส่วนขยายของฟาร์มกังหันลม ‘Walney’ ขนาด 659 เมกะวัตต์ ในทะเลไอริช ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปในปี 2561 ซึ่งโครงการที่ผ่านมานั้น สามารถจ่ายไฟฟ้าได้กว่า 590,000 ครัวเรือน มีกังหัน 87 ตัว และครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20 สนามฟุตบอล

สำหรับทวีปยุโรปนั้นถือเป็นศูนย์กลางของภาคพลังงานลมนอกชายฝั่งที่สำคัญ โดยทางสมาคมการค้า WindEurope กล่าวว่า กังหันลม 409 ตัว ที่ได้ถูกติดตั้งในปี 2561 มีขนาดเฉลี่ยของกังหันลมนอกชายฝั่ง คือ 6.8 เมกะวัตต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 15% เลยทีเดียว เมื่อเทียบกับปี 2560

อย่างไรก็ดีการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมเพื่อผลิตไฟฟ้าในบ้านเรา ยังมีค่อนข้างน้อยมาก นั่นอาจเป็นเพราะะศักยภาพพลังงานลมในประเทศเราไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และความรู้ทางด้านเทคโนโลยีกังหันลมสมัยใหม่ยังเป็นเรื่องที่ใหม่อยู่ในการใช้งาน แต่หากเรามีการพัฒนาพลังงานลมให้เป็นพลังงานทางเลือกก็จะเป็นการลดการนำเข้าแหล่งพลังงานจากต่างประเทศได้ อีกทางหนึ่งด้วย…

 

ที่มา : ข่าวจากเว็บไซต์ของ CNBC เขียนโดย Anmar Frangoul

https://www.cnbc.com/2020/01/17/work-starts-on-huge-wind-farm-that-could-power-4point5-million-homes.html

https://www.dede.go.th/ewt_news.php?nid=513&filename=index

http://projects-pdp2010.egat.co.th/projects5/index.php?option=com_content&view=article&id=60&Itemid=76

http://webkc.dede.go.th/testmax/sites/default/files/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%A1.pdf