พื้นที่ชุ่มน้ำ แรมซาไซต์ไทยแลนด์

By 0
506
พื้นที่ชุ่มน้ำ แรมซาไซต์ไทยแลนด์

หากเอ่ยคำว่า “พื้นที่ชุ่มน้ำ” หรือ wetland ขึ้นมา หลายคนที่ไม่รู้คงพอจะเดาได้ว่า น่าจะเป็นพื้นที่ที่มีน้ำ หรือ เปียก ๆ แฉะ ๆ แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่า พื้นที่ประเภทนี้มีความสำคัญพอที่จะกำหนดให้เป็นคำที่มีลักษณะเฉพาะเช่นนี้เชียวหรือ

กว่า 160 ประเทศทั่วโลกลงนามร่วมเป็นภาคีอนุสัญญา RAMSAR ว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่ออนุรักษ์พื้นที่และสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ชื่อของเมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน อันเคยเป็นสถานที่จัดการประชุมเพื่อรับรองอนุสัญญา มีจุดประสงค์เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากลายทางชีวภาพและเกี่ยวข้องกับชนิดพันธุ์และชุมชนประชากรทางนิเวศของนกน้ำ และปลา โดยมีการกำหนดให้ทุกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (World Wetlands Day) ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ

5 ประเภทพื้นที่ชุมน้ำถูกจัดให้มีทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ พื้นที่ทางทะเล พื้นที่ปากแม่น้ำ พื้นที่ทะเลสาบ พื้นที่แหล่งน้ำไหล พื้นที่หนองน้ำ หรือที่ลุ่มชื้นแฉะ ซึ่ง “ป่าชายเลน” “พรุ” “ดอน” ล้วนเป็นชื่อภาษาไทยที่เราใช้เรียกพื้นที่ชุ่มน้ำทั้งสิ้น

ทั่วโลกมีพื้นที่ชุ่มน้ำรวมกันราว 8.3-10.2 ล้าน ตร.กม. หรือระหว่าง 5,187 – 6,375 ล้านไร่ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1.6-2.0% ของพื้นที่โลก ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีลำดับที่ 110 โดยปัจจุบันมีพื้นที่ชุ่มน้ำทั้งหมด 14 แห่ง ให้คนไทยได้ร่วมอนุรักษ์และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม มีพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ/เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และในพื้นที่ชุมชน/พื้นที่สาธารณะ มีพื้นที่อย่างน้อย 36,616.16 ตารางกิโลเมตร หรือ 22,885,100 ไร่ หรือคิดเป็น 7.5% ของพื้นที่ประเทศไทย แบ่งเป็นพื้นที่น้ำจืด 44.8% และเป็นพื้นที่น้ำเค็ม 55.2% พื้นที่ชุมน้ำแห่งแรกของไทย คือ พรุควนขี้เสียนในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง มีพื้นที่ประมาณ 3,085 ไร่

พื้นที่ชุ่มน้ำเหล่านี้มีคุณค่าและความสำคัญอย่างยิ่งต่อมวลมนุษยชาติ เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหารแล้ว ยังเป็นแหล่งรักษาพันธุ์สัตว์ พันธุ์พืช และปกป้องมนุษย์จากภัยธรรมชาติ อย่างการป้องกันแผ่นดินจากการรุกเข้ามาของน้ำเค็ม ป้องกันชายฝั่งพังทลาย ดักจับตะกอนและแร่ธาตุ และยังเป็นพื้นที่รองรับน้ำ ช่วยชะลอ และป้องกันน้ำท่วม

จะเห็นว่าคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่ได้สำคัญต่อผู้คนและชุมชนเมืองอย่างเดียว แต่ยังมีคุณค่ามหาศาลทั้งต่อสัตว์น้อยใหญ่ ต่อพืชพันธุ์ได้เจริญงอกงาม เราทุกคนจึงควรร่วมมือกันดูแล ปกป้อง และอนุรักษ์พื้นที่แบบนี้ทุกๆ แห่ง เพราะหากเขามีความสมบูรณ์แข็งแรงเพียงใด เขาก็พร้อมที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยให้กับเราในวันที่พายุมา

อ้างอิง : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Your Name:

Your Website

Your Comment