ชุมชนต้นแบบแก้ปัญหาขยะครบวงจร

By 0
91
ชุมชนต้นแบบแก้ปัญหาขยะครบวงจร

หากการทำให้ชุมชนเข้มแข็งคือกระบวนการพัฒนาที่เริ่มจากฐานรากเพื่อสร้างขีดความสามารถในการจัดการปัญหาของตนเองด้วยศักยภาพของการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานวัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนที่พึ่งพาเอื้อเฟื้อกันและกัน การจัดการแก้ปัญหาขยะ โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ย่อมเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมามีชุมชนที่แก้ปัญหาขยะอย่างครบวงจรให้เห็นเป็นตัวอย่างมากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่ชุมชนคามิคัทสุ (Kamikatsu) บนเกาะชินโชกุ ประเทศญี่ปุ่น  ที่นี่มีแนวทางในการจัดการขยะอย่างครบวงจร จนได้ชื่อว่า เป็นหมู่บ้านต้นแบบ Zero Waste  แหล่งสำคัญแห่งหนึ่งของโลก

ชุมชนแห่งนี้เคยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นเมืองที่ปลอดขยะ 100% ภายในปีพ.ศ. 2563 และเริ่มต้นจัดการขยะด้วยการแยกขยะตามการจัดแบ่งประเภทต่างๆ ตามหลัก 3 Rs ได้ R : Reuse คือ คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด  การใช้ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง R : Reduce คือ การลดการบริโภคทรัพยากรที่ไม่จำเป็นลง   R : Recycle หรือใช้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากหลักการแยกขยะเดียวกับแนวทางที่เมืองหลายแห่งทั่วโลกกำลังใช้อยู่แล้วชุมชนนี้ ยังกำหนดรายละเอียดการขยะออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ  โดยเริ่มจากเศษอาหาร  เหล็ก กระดาษ พลาสติก แก้ว ขวด กล่องอาหาร  เฟอร์นิเจอร์ และ เครื่องมือต่างๆ ฯลฯ ขณะเดียวกันภายแต่ละหมวดหมู่ ยังมีการแยกในระดับย่อย ๆ ลงไปอีก เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม  กระดาษอ่อน กระดาษแข็ง เป็นต้น แนวทางในการแยกถูกให้เหตุผล ว่าจะทำให้ผู้ที่ทำหน้าที่แยกขยะเห็นคุณค่าของสิ่งขยะที่เห็นในทันทีและรู้ว่าต้องปฏิบัติอย่างไรต่อขยะที่เกิดขึ้น

ชุมชนนี้ ใช้วิธีประสานความร่วมมือ ความเข้าใจ ระหว่างคนในชุมชนและภาครัฐ ให้เข้าใจแนวคิดและเป้าหมายในการแยกขยะร่วมกันอย่างครบวงจร อย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง จนส่งผลให้แต่ละครัวเรือนช่วยกันแยกขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละบ้านกว่า 10 หมวดหมู่ ก่อนจะนำขยะที่แยกไว้แล้วไปยังศูนย์จัดการขยะของชุมชน เพื่อแยกต่ออีกครั้งให้ขยะเหลือน้อยที่สุด โดยภายในบริเวณศูนย์ ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่แลกเปลี่ยน/ยืม/ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เจ้าของไม่ต้องการ ซึ่งมีข้าวของเครื่องใช้มากกว่า 8,000 รายการ ให้คนในชุมชนสามารถเลือกนำไปใช้ได้ ขณะเดียวกัน ภายในศูนย์ยังเปิดหลักสูตรงานฝีมือหัตถกรรมต่างๆ เช่น มีการนำชุดกิโมโนที่ไม่ใช่แล้วไปทำงานประดิษฐ์ต่าง ๆ ร่วมถึงจัดกิจกรรมให้คนรุ่นใหม่ดูแลคนชราในชุมชนด้วยบริการจัดเก็บขยะให้กับบ้านผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาที่ศูนย์ได้

แนวทางที่ถูกออกแบบมา ทำให้คนในชุมชนนี้ทราบว่าขยะที่สร้างขึ้นกำลังจะถูกส่งไปไหน นำไปรีไซเคิลจำนวนเท่าไหร่ ถูกทิ้งจริงๆ มากแค่ไหน  หรือสามารถเอาไปขายเพื่อเป็นกองทุนจัดการขยะให้กับชุมชนได้เท่าไหร่ ข้อมูลดังกล่าวจะย้อนกลับไปสร้างสำนึกว่า ขยะทั้งหมดสามารถส่งผลกระทบต่อชุมชนที่พวกเขาอยู่อาศัยและคนรุ่นต่อไปอย่างไรบ้าง และที่สุดก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมการทิ้งขยะให้เปลี่ยนไปและเห็นคุณค่าของขยะมากขึ้น

เช่นเดียวกับชุมชน “บ้านหัวถนน” ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งได้เริ่มหาแนวทางในการจัดการขยะด้วยการประสานกับทุกหน่วยงานทั้งเทศบาลตำบล และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้จัดส่งนักวิชาการมาทำงานร่วมกับชุมชน จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการขยะให้ชาวบ้านทั้ง 323 หลังคาเรือน โดยเริ่มต้นแนวคิดในการจัดการขยะอย่างครบวงจร ด้วยการจัดตั้งบ้านแกนนำหรือบ้านต้นแบบการจัดการขยะ ที่สามารถแก้ไขปัญหาขยะในครัวเรือนได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำก่อนกระจายแนวทางการจัดการที่ได้มาออกไป ส่งผลให้ครัวเรือนอื่นๆ ทราบแนวทางในการคัดแยกขยะและนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ถูกนำไปเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้ในครัวเรือนและแจกจ่ายให้กับคนในชุมชน ออกแบบระบบการคัดแยกขยะเพื่อส่งจำหน่ายให้กับร้านรับซื้อของเก่า หรือนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น ความสำเร็จที่เห็นเป็นที่ประจักษ์ คือ ชุมชนนี้ ไม่มีถังขยะเลยแม้แต่ใบเดียว มีเพียงสถานที่จัดเก็บขยะที่ผ่านการคัดแยกมาแล้วเพราะแต่ละครัวเรือนทราบดีว่าขยะนั้นมีค่า

บ้านหัวถนนยังได้รับรางวัลหมู่บ้านปลอดขยะต้นแบบ ชนะเลิศระดับประเทศ ตามโครงการประกวดชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) เฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา 88 ชุมชน ประจำปี 2558 ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แหล่งอ้างอิง

https://infocenter.nationalhealth.or.th/node/27503

https://www.posttoday.com/social/local/442158