Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

   
 
 
 
   
 
     
   
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

ท่านมีความพึงพอใจเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด
 
 
 
 
 
 
     
หน้าแรก มาตรา 9 มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมายหรือโดยมติคณะรัฐมนตรี (มาตรา 9 (7)) มติ ครม.ประจำวันที่ 2 เม.ย.2555

มติ ครม.ประจำวันที่ 2 เม.ย.2555 PDF พิมพ์ อีเมล

          ตามที่คณะรัฐมนตรีได้จัดให้มีการประชุม ครม.  ทุกสัปดาห์   ซึ่งภายหลังจากการประชุมได้เสร็จสิ้นลงแล้ว สำนักโฆษกได้นำวาระพร้อมทั้งมติของการประชุมเสนอไว้ในเว็บไซต์www.thaigov.go.th นั้น   ส่วนบริการสารสนเทศ/ศสท. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำวันที่ 2 เมษายน 2555 ปรากฏมติของคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามเอกสารแนบดังนี้

ลำดับที่

เรื่อง

รายละเอียด

หน่วยงาน

รับผิดชอบ

1.

การปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

 

                     คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ ดังนี้

                   1.  ส่วนของข้าราชการพลเรือนสามัญ

                             (1) กำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาลในอีก 2 ปีถัดไป โดยให้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุขั้นต่ำของวุฒิปริญญาตรีในปีที่ 2 เท่ากับ 15,000 บาท ปีที่ 1 เท่ากับ 13,300 บาท วุฒิ ปวส.  ปีที่ 2 เท่ากับ 11,500 บาท ปีที่ 1 เท่ากับ 10,200 บาท (วุฒิ ปวส. คงความแตกต่างของเงินเดือนกับวุฒิปริญญาตรี) และวุฒิ ปวช. ปีที่ 2 เท่ากับ 9,400 บาท และปีที่ 1 เท่ากับ 8,300 บาท (วุฒิ ปวช. คงความแตกต่างของเงินเดือนกับวุฒิ ปวส.) และกำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุขั้นต่ำของคุณวุฒิอื่นให้สอดคล้องกับอัตราความแตกต่างระหว่างคุณวุฒิต่าง ๆ ที่กำหนดไว้เดิม

                             (2) ปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ 2 ครั้ง ให้มีผลใช้บังคับพร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุในปีที่ 1 และปีที่ 2 โดยปรับเงินเดือนชดเชยให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับราชการในตำแหน่งระดับแรกบรรจุก่อนวันที่อัตราเงินเดือนแรกบรรจุที่ปรับใหม่มีผลใช้บังคับอย่างน้อย 10 ปี (มีอายุราชการตั้งแต่ 1 วัน ถึง 10 ปี โดยประมาณ)

                   2. ส่วนข้าราชการประเภทอื่นและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

     เพื่อให้การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุตามคุณวุฒิและการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทบรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และหลักการ เดียวกัน โดยมีความเป็นธรรมไม่เหลื่อมล้ำกัน และให้มีผลใช้บังคับภายใน 2 ปี ในทำนองเดียวกันจึงเห็นควรให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท นำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบในรายละเอียดก่อน และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ใช้งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2556 - 2557 ก่อนที่จะดำเนินการบังคับใช้ต่อไป

                   ทั้งนี้ การปรับเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีผลใช้บังคับในปีที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 และปีที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557

 

2.

การปรับค่าตอบแทนแรกบรรจุและการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของพนักงานราชการ

             คณะรัฐมนตรีเห็นชอบงบประมาณในการดำเนินการปรับค่าตอบแทนแรกบรรจุ  การชดเชย ผู้ได้รับผลกระทบของพนักงานราชการ และเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2557 รวมทั้งสิ้น จำนวน 6,634 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ สำนักงาน ก.พ.เสนอ 

 

 

3.

ข้อเสนอมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556

 

              คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการดำเนินมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ตามมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ

          สาระสำคัญของเรื่อง

          คปร. รายงานว่า ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี โดยในการดำเนินมาตรการฯ ใน 4 ปีที่ผ่านมาได้จัดทำข้อเสนอมาตรการฯ ในแต่ละปี เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและได้ดำเนินมาตรการฯ มาแล้ว 4 ครั้ง คือ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2552-2555 ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552-2555  รวม 83,204 คน

          สำหรับการดำเนินมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ปีสุดท้ายของกรอบระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว คปร. ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555 ได้พิจารณา และมีมติดังนี้

     1. เห็นชอบให้ดำเนินมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (ออกจากราชการ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2555) ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของกรอบระยะเวลาที่กำหนดตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ทั้งนี้ หากจะดำเนินตามมาตรการดังกล่าวในอนาคต จะต้องมีการทบทวน  ผลการดำเนินการและกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

                   2. เห็นชอบให้กำหนดประเด็นการบริหารทรัพยากรบุคคลเป็น 4 กรณี ดังนี้

                           กรณีที่ 1 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ส่วนราชการปรับเปลี่ยนสถานภาพโดยออกจากระบบราชการ ไม่กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ

                       กรณีที่ 2 ส่วนราชการประสงค์จะยุบเลิกบางภารกิจ ไม่กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ

                       กรณีที่ 3 ส่วนราชการมีอัตรากำลังเกิน กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ไม่เกินร้อยละ 10 ของกลุ่มเป้าหมาย

                       กรณีที่ 4 ส่วนราชการที่มีจำนวนข้าราชการสูงอายุ (50 ปีขึ้นไป) มากกว่าร้อยละที่กำหนด

                             - ส่วนราชการมีจำนวนข้าราชการสูงอายุ (50 ปีขึ้นไป) ตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไป กำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ร่วมมาตรการฯ ได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของกลุ่มเป้าหมาย

                             - ส่วนราชการมีจำนวนข้าราชการสูงอายุ (50 ปีขึ้นไป) ตั้งแต่ร้อยละ 10 แต่ไม่ถึงร้อยละ 20 กำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ได้ไม่เกินร้อยละ 3 ของกลุ่มเป้าหมาย

                   โดยกรณีที่ 1-3 ส่วนราชการต้องยุบเลิกตำแหน่ง ส่วนกรณีที่ 4 ไม่ต้องยุบเลิกตำแหน่งของผู้ที่ออกจากราชการตามมาตรการฯ

                   ส่วนรายละเอียดการดำเนินมาตรการฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ให้เป็นเช่นเดียวกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 และให้ส่วนราชการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการคัดกรองข้าราชการที่เข้าร่วมมาตรการฯ ตามความเหมาะสม เพื่อมิให้มีผลกระทบและเกิดความเสียหายแก่ราชการ

3. เห็นควรให้ผู้มีเงินได้ที่ออกจากราชการตามมาตรการฯ และได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อน (เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการฯ) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำเงินก้อนดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2556

4. เห็นควรให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวทางหรือแผนการบริหารจัดการอัตรากำลัง เพื่อให้การลาออกตามมาตรการฯ  ของข้าราชการครูไม่กระทบต่อประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาในภาพรวม รวมทั้งให้การเรียนการสอนมีความต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุญาตการลาออกจากราชการตามมาตรการฯ ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประสิทธิภาพการเรียนการสอนประกอบในการพิจารณาอนุญาตให้ข้าราชการครูออกจากราชการตามมาตรการฯ ด้วย

4.

การลงนามในความตกลงย่อย ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างทบวงกิจการทางมหาสมุทร (State Oceanic Administration) สาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยความร่วมมือทางด้านทะเล

 

                คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้พิจารณาอนุมัติการลงนามของหน่วยงาน สถาบัน องค์กร ตามข้อ 6 ความตกลงย่อย ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และทบวงกิจการทางมหาสมุทร (State Oceanic Administration) สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมอบหมายเป็นผู้ลงนามในความตกลงย่อย ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างทบวงกิจการทางมหาสมุทร (State Oceanic Administration) สาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยความร่วมมือทางด้านทะเล ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ

 

 


 

 

สามารถติดต่อใช้บริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารได้ที่
ชั้น 2 อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซอย 30 ถนนพระรามที่ 6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ เวลาทำการ วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 นาฬิกา (เว้นวันหยุดราชการ)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2278-8420 หรือ 0-2278-8400-19 ต่อ 1234 หรือ อีเมล์ infocenter@deqp.go.th

by TRECONWEBSITE