หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 391,191 วงถกชู 'การมีส่วนร่วม' หนุนจัดการป่ายั่งยืน นักวิชาการแนะต้องให้น้ำหนักกลไกตรวจสอบ

วงถกชู 'การมีส่วนร่วม' หนุนจัดการป่ายั่งยืน นักวิชาการแนะต้องให้น้ำหนักกลไกตรวจสอบ
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 08/08/2560 15:25 น. จำนวนผู้เข้าชม 142 PRINT

วงถกชู 'การมีส่วนร่วม' หนุนจัดการป่ายั่งยืน นักวิชาการแนะต้องให้น้ำหนักกลไกตรวจสอบ

วงถกชู 'การมีส่วนร่วม' หนุนจัดการป่ายั่งยืน นักวิชาการแนะต้องให้น้ำหนักกลไกตรวจสอบ

เวทีเสวนาจัดการป่าไม้ ชู “การมีส่วนร่วม” ช่วยสร้างความยั่งยืน นักวิชาการชี้หัวใจของธรรมาภิบาลคือการตรวจสอบได้

ศ.อานันท์ กาญจนพันธุ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวในเวทีเสวนาเรื่อง “ธรรมาภิบาลป่าไม้ไทยจะตรวจสอบได้อย่างไร” ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (Recoftc) ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย (Raks Thai Foundation) และกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2560 ตอนหนึ่งว่า หลักการสำคัญของระบบธรรมาภิบาลทรัพยากรคือต้องให้ความสำคัญกับกลไกการตรวจสอบระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นั่นเพราะทรัพยากรไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับประชาชน ภาคประชาสังคม รวมถึงท้องถิ่นด้วย

“หลักการสำคัญของธรรมาภิบาลคือการตรวจสอบสมดุล ที่ต้องเปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบสมดุลในกฎเกณฑ์ที่รัฐรับรองร่วมกัน ซึ่งจะทำให้มีอำนาจในการบังคับใช้กฎเกณฑ์เหล่านั้นได้จริง” ศ.อานันท์ กล่าว

นายบรรจง วงศ์ศรีสุนทร ผู้อำนวยการส่วนรับรองการป่าไม้ สำนักการอนุญาต กรมป่าไม้ กล่าวว่า เมื่อปี 2556 ประเทศไทยได้เข้าสู่กระบวนการเจรจาข้อตกลง Forest Law Enforcement, Governance and Traded (เฟล็กที) ซึ่งเป็นการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ธรรมาภิบาลและการค้า เพื่อลดปัญหาการทำไม้และการค้าผลิตภัณฑ์ไม้ที่ผิดกฎหมาย โดยมีเป้าหมายสร้างการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน

สำหรับการปรับปรุงให้มีธรรมาภิบาลและสนับสนุนการค้าไม้ที่ถูกกฎหมายภายใต้ข้อตกลงเฟล็กที มีหลัก 6 ประการ ได้แก่ หลักนิติธรรม การมีส่วนร่วม ความโปร่งใสตรวจสอบได้ การกระจายอำนาจ ความเสมอภาค และมุ่งเน้นฉันทามติในการดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม

นางกรภัทร์ ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า คำว่าธรรมาธิบาลเป็นการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีซึ่งจะทำให้มีการบริหารจัดการพื้นที่ได้ ยกตัวอย่างเช่น อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จ.เชียงใหม่ กรมอุทยานฯ ได้ทำงานร่วมกับชาวเขา ด้วยการลงพื้นที่ด้วยกัน จัดทำแผนที่ และมีการใช้แอพพลิเคชัน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าที่อยู่อาศัยรุกล้ำเขตอุทยานหรือไม่ หากอยู่ในเขตอุทยานก็จะมีการรื้อถอน หรือหาตกลงร่วมกัน

นายอนุสรณ์ รังสิพานิช รักษาการอธิการสถาบันวิทยาการอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA Academy) กล่าวว่า ภาพดาวเทียมหรือภาพถ่ายทางอากาศเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจสอบ และยืนยันของธรรมมาภิบาลได้

“การแก้ไขปัญหาที่ดิน เมื่อปี 2541 รัฐออกนโยบายให้กรมป่าไม้ตรวจสอบการครอบครองพื้นที่ป่าสงวนและรายงานต่อรัฐ ซึ่งต้องยอมรับว่าการตรวจสอบล่าช้า ผมจึงเสนอว่าทำไมไม่ให้ชาวบ้านสำรวจกันเอง เหมือนกับการทำแผนที่เดินดิน หรืออาจจะมีการผลิตเครื่องมือ GPS ขนาดเล็กให้ชาวบ้านไว้ใช้ เพราะการรางวัดอาจจะยังคงมีความผิดพลาด ผมมองว่ารัฐน่าจะเปลี่ยนกลไกตรงนี้” นายอนุสรณ์ กล่าว



ที่มา : >>>คลิก<<<


TAG ที่เกี่ยวข้อง