หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 391,193 'อียู' หนุนประเทศไทยให้ดูแลผืนป่า 'ลุ่มน้ำโขง' เชื่อ 'ป่าชุมชน' สามารถขจัดความยากจนได้

'อียู' หนุนประเทศไทยให้ดูแลผืนป่า 'ลุ่มน้ำโขง' เชื่อ 'ป่าชุมชน' สามารถขจัดความยากจนได้
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 08/08/2560 15:24 น. จำนวนผู้เข้าชม 154 PRINT

'อียู' หนุนประเทศไทยให้ดูแลผืนป่า 'ลุ่มน้ำโขง' เชื่อ 'ป่าชุมชน' สามารถขจัดความยากจนได้

'อียู' หนุนประเทศไทยให้ดูแลผืนป่า 'ลุ่มน้ำโขง' เชื่อ 'ป่าชุมชน' สามารถขจัดความยากจนได้

“อียู” สนับสนุนไทยอนุรักษ์ผืนป่าลุ่มน้ำโขง เปิดโครงการ Voices for Mekong Forests ผลักดันเครือข่ายภาคประชาชน ผู้แทนประเทศไทย เชื่อ ป่าชุมชนขจัดความยากจนได้

ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (Recoftc) ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย (Raks Thai Foundation) และกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เปิดตัวโครงการ Voices for Mekong Forests : V4MF พลังเสียงเพื่อป่าไม้แห่งลุ่มน้ำโขง เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2560 ภายใต้การสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (อียู)

สำหรับโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมศักยภาพและยกระดับภาคประชาสังคมให้สามารถติดตามและตรวจสอบธรรมาภิบาลป่าไม้ใน 3 พื้นที่รอยต่อพรมแดน 5 ประเทศภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ทั้งนี้ จะใช้กลไกการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ธรรมาภิบาลและการค้า รวมถึงข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (เฟล็กที-วีดีเอ) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า (เรดดส์พลัส) เพื่อนำไปสู่การลดการทำไม้ผิดกฎหมาย และการเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

เจนนี่ ลูนมาร์ก ผู้จัดการโครงการ Voices for Mekong Forests ในฐานะผู้แทนอียู ประจำประเทศไทย กล่าวว่า อียูเล็งเห็นว่าป่าชุมชนและการจัดการป่าไม้ที่มีธรรมาภิบาลป่าไม้จะสามารถนำไปสู่การขจัดความยากจนและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จึงรู้สึกยินดีที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้

ผู้แทนอียู กล่าวอีกว่า โครงการฯ ถือเป็นการเตรียมรากฐานที่จะนำไปสู่ระบบการค้าไม้ที่ถูกกฎหมายของประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและสหภาพยุโรปในท้ายที่สุด นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังมุ่งหวังให้การสนับสนุนนี้นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนางานด้านป่าชุมชนและพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวระหว่างพิธีเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาพื้นที่ป่าของประเทศไทยถูกบุกรุกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศเมื่อปี 2557 และมีนโยบายการดูแลป่าที่ชัดเจน จนสามารถยึดคืนผืนป่าจากนายทุนได้ถึง 5.2 แสนไร่

นายอรรถพล กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่ารวม 102.4 ล้านไร่ ซึ่งตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต้องการให้พื้นที่ป่าไม่น้อยกว่า 40% ของเนื้อที่ทั้งหมดของประเทศ หรือประมาณ 128 ล้านไร่

“ผมมองว่าความสำเร็จสูงสุดของการดูแลรักษาป่า คือการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน การที่พี่น้องประชาชนลุกขึ้นมาปกป้องดูแลรักษาป่า สำหรับการจัดประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดประชุมที่ตรงตามนโบายหลักของรัฐบาลในเรื่องของการสร้างเครือข่าย การถักทอเครือข่ายของคนดีให้คนชั่วไม่มีที่ยืน เมื่อเราสร้างเครือข่ายเหล่านี้มาขึ้นเรื่อยๆ คนชั่วก็จะไม่กล้ากระทำผิด เราสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าตามแผนยุทธศาสตร์ได้อย่างแน่นอน” รองอธิบดีกรมป่าไม้กล่าว



ที่มา : >>>คลิก<<<


TAG ที่เกี่ยวข้อง