หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 438,502 ความสวยงามสอดผสาน 'ความท้าทาย' จับไม้พายแล้วล่องไปกับ 'คลองสียัด'

ความสวยงามสอดผสาน 'ความท้าทาย' จับไม้พายแล้วล่องไปกับ 'คลองสียัด'
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 08/08/2560 15:17 น. จำนวนผู้เข้าชม 192 PRINT

ความสวยงามสอดผสาน 'ความท้าทาย' จับไม้พายแล้วล่องไปกับ 'คลองสียัด'

ความสวยงามสอดผสาน 'ความท้าทาย' จับไม้พายแล้วล่องไปกับ 'คลองสียัด'

เสียงน้ำไหลเอื่อยกระทบวัตถุเป็นจังหวะ สอดสลับกับไม้พายที่เปลี่ยนสถานะจากขยับเป็นหยุด เราล่องเรือคายัคมาถึงจุดที่เหนื่อยกายแต่โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

ภาพรอบข้างคือต้นไม้ใหญ่เขียวขจีรกหนา ดึงดูดสายตาพลางเหลือบไปเห็นรังนกกระจาบบนยอดไม้ คล้ายกับที่เคยเห็นในร้านขายของตกแต่ง แตกต่างกันเพียงที่นี่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างขึ้นเอง

ไม่น่าเชื่อว่าเส้นทางคลองที่เคยถูกทิ้งขว้างจะแอบมีความงามซ่อนตัวอยู่ได้ถึงเพียงนี้

เราอาจเคยเห็นภาพคล้ายกันนี้ถูกแชร์หลายครั้ง ทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอยู่เมืองนอกเมืองนา หรือพื้นที่ธรรมดาอันแสนห่างไกล ที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่แสนร่มรื่นสองข้างทาง ธรรมชาติบริสุทธิ์สวยงามพาลโอบอุ้มจิตใจให้ใครต่อใครร่วมฝันถึง

แต่ครั้งนี้เรากลับพบว่ามันอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ในระยะที่ไม่ต่างจากพัทยา ขณะที่บางคนอาจเพียงก้าวออกมาจากประตูหลังบ้านก็ได้เจอ

นับเป็นครั้งที่สองที่ผมได้มาพายเรือที่นี่ จากคำชวนของ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้หมายมั่นผลักดันพัฒนาให้เส้นทางน้ำที่ร้างไปนานกว่า 40 ปีแห่งนี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กระจายรายได้สู่ชุมชนท่าตะเกียบ เป็นสมบัติของคนฉะเชิงเทรา

เขาผู้นี้เองที่เป็นคนมองเห็นคุณค่าของคลองเส้นนี้ว่ามีดีมากกว่าทางลำเลียงไม้ซุงจากการสัมปทานป่าในอดีต และต้องดีกว่าแค่เป็นท่อระบายน้ำหลังบ้านของคนในละแวกดังปัจจุบัน

ที่แห่งนี้คือ “คลองสียัด” อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา โดยชื่อคลองที่เรากำลังเอนกายพายเรือนี้ มีที่มาจากการแผลงคำของลักษณะภูมิประเทศ ที่มีแม่น้ำสี่สายมายัดรวมกันเป็นหนึ่งเดียว คดเคี้ยวเลี้ยวพามวลน้ำไหลไปก่อนออกสู่แม่น้ำบางปะกง

และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้น้ำที่นี่ค่อนข้าง “เชี่ยว” และพร้อมจะ “ยัด” นักพายเข้าดงในทุกเลี้ยวด้วยเช่นกัน

ดังนั้นตลอดทางที่เราพายเรือกันนี้ จึงไม่ได้มีแต่ความเงียบสงบร่มรื่นเหมือนตอนนั่งจิบกาแฟอยู่ริมฝั่ง แต่เป็นการผจญภัยที่ใช้พลังในร่างกาย ผสานสามัคคีของฝีพายที่ต้องร่วมกันฝ่าฟันให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ
สิ่งที่เราพบระหว่างทางคือสถานการณ์หลากรูปแบบและมิตรภาพที่อิงแอบให้เห็นในทุกอุปสรรค เช่นเมื่อทุกคนต้องช่วยกันยกเรือข้ามให้พ้นตอไม้ขวาง หรือร่วมกันดันเรือที่ติดในน้ำเชี่ยวให้หลุดออก ดังนั้นแผลถลอกปอกเปิกสำหรับบางคนอาจเทียบไม่ได้กับรอยยิ้มที่มีกลับมา

ไม่ว่าเรือจะถลาพุ่งไปข้างนอกแล้วโอบกอดพุ่มไม้ หรือพายแล้วคว่ำ ก็จับหงายแล้วพายไปต่อ มีช่วงเปียกปอนเหนื่อยอ่อนสลับกับช่วงสบาย น้ำไหลเอื่อยก็วางพาย นั่งพิจารณาทิวทัศน์งดงามรอบข้างก็เพียงพอ

ผมใช้โอกาสนี้ทิ้งความเครียดที่อยู่ภายใน แล้วปล่อยจิตใจไปกับความเพลิดเพลินที่ว่า ตลอดเส้นทางกว่า 12 กิโลเมตรตั้งแต่บริเวณใต้เขื่อนสียัดไปจนถึงฝายวังวุ้ง จนเมื่อพาตัวลอดใต้ซุ้มประตูน้ำที่ดูโอ่อ่า ก็เป็นอันว่าภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงอย่างเป็นทางการ

เราร่วมกันปรบมือกับความสำเร็จนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมถือโอกาสนั่งฟังอาจารย์ปริญญาเกากีตาร์บรรเลง ขับกล่อมบทเพลงที่ผ่อนคลายคล้ายการประกาศว่างานในวันนี้สิ้นสุดลง


ภาพ: เพจ บางปะกง สายน้ำแห่งชีวิต


ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สองเดือน ทีมงานเล็กๆ กลุ่มหนึ่งได้มาร่วมกันบุกเบิกเส้นทางแห่งนี้ ตอนที่ยังไม่มีอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม

ความมันส์ในครั้งนั้นอาจไม่สามารถเทียบได้กับครั้งนี้ ทั้งดีกรีความรุนแรงของสายน้ำ สอดผสานมากับขวากหนามจากธรรมชาติอันแสนดิบ ให้ทีมบุกเบิกกว่าสิบชีวิตได้เลือดซิบไปตามกัน

ผมมีโอกาสได้อยู่ในวันนั้น วันที่รองอธิการบดีผู้นำทัพบอกให้ฟัง ว่าการพายเรือท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นับเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่สามารถปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ลำน้ำ และลามไปยังสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ

“ใครที่เคยพายเรือจะมีประสบการณ์ตรงกัน หากลองได้มาพายสักครั้งเขาจะไม่ทิ้งขยะอีกต่อไป จะไม่ปล่อยน้ำเสียลงคลอง แล้วจะยอมไม่ได้หากเห็นใครทำ” ผมยังจำคำพูดนี้ได้เป็นอย่างดี

แม้ผมจะเชื่อมั่นและเห็นด้วย แต่ก็อาจยังพิสูจน์ไม่ได้จนกระทั่งได้มาพบกับเสน่ห์ของสายน้ำ และความสนุกสนานของการพายเรือ ผมคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ที่อีกหลายสิบล้านชีวิตอาจจะฉุกคิดจากกลยุทธ์ของอาจารย์ปริญญา

ผมนั่งคิดระหว่างนั่งรถบนเส้นทางขากลับ หลับตานึกฝันถึงเส้นทางที่อาจสามารถช่วยอาจารย์สานต่อ

แต่เมื่อมาถึง กทม.กลับแว่บคิดท้อ เพราะพบกับความจริงที่ว่า … ลำคลองในเมืองกรุงคงไม่มีใครกล้าเสี่ยงจม !



ที่มา : >>>คลิก<<<


TAG ที่เกี่ยวข้อง