หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 391,192 ตั้งเป้า 5 ปี ‘สมุนไพรไทย’ ผงาดผู้นำอาเซียน จากแผนแม่บท ... สู่ภาพอนาคต Herbal City

ตั้งเป้า 5 ปี ‘สมุนไพรไทย’ ผงาดผู้นำอาเซียน จากแผนแม่บท ... สู่ภาพอนาคต Herbal City
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 08/08/2560 15:10 น. จำนวนผู้เข้าชม 166 PRINT

ตั้งเป้า 5 ปี ‘สมุนไพรไทย’ ผงาดผู้นำอาเซียน จากแผนแม่บท ... สู่ภาพอนาคต Herbal City

ตั้งเป้า 5 ปี ‘สมุนไพรไทย’ ผงาดผู้นำอาเซียน จากแผนแม่บท ... สู่ภาพอนาคต Herbal City

“5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน และมูลค่าของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัว”

นี่คือ 2 เป้าหมายสำคัญของ แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2559

คำกล่าวข้างต้นนับเป็นอีกหนึ่งความหวังของวงการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมทั้งองค์กรภาครัฐ-เอกชน ในหลายๆ หน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสมุนไพรไทย ภูมิปัญญาและทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ

—– แผนแม่บทพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 —–

ข้อมูลจากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เจ้าภาพการจัดทำแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 ระบุถึง 4 ยุทธศาสตร์ เพื่อให้บรรลุผลเลิศตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร แปรรูปเบื้องต้นอย่างมีคุณภาพ ปริมาณวัตถุดิบสมุนไพรมีคุณภาพมีความเพียงพอใกล้เคียงต่อความต้องการใช้ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และอนุรักษ์สมุนไพรไทยให้คงไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

2.พัฒนาอุตสาหกรรมและการตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล โดยมีเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์นี้ คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีศักยภาพในการแข่งขันทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ 3.ส่งเสริมการใช้สมุนไพรเพื่อการรักษาโรคและการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมุ่งหวังเพิ่มการใช้สมุนไพรในระบบสุขภาพในการรักษาโรค และเสริมสร้างสุขภาพ และเสริมสร้างพื้นฐานการพัฒนาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพของประเทศในระยะยาว

4.สร้างความเข้มแข็งการบริหารและนโยบายภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืนโดยตั้งเป้าว่าประเทศไทยจะต้องมีกลไกในการพัฒนาสมุนไพรที่มีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ

—– เส้นทางการพัฒนาสมุนไพรไทยสู่ AEC —–

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ ให้ความเห็นเกี่ยวกับแผนแม่บทแห่งชาติฉบับนี้ไว้ว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่มีการรวมเอาทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องในการทำงานมาทำงานร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้น

“กว่า 30 ปีแล้วที่ทำงานด้านสมุนไพรไทย เราไม่มีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน แม้เรารู้ว่าสมุนไพรมีความจำเป็น แต่เราไม่รู้ว่าทิศทาง ลักษณะของต้นทาง กลางทาง ปลายทาง เราไม่เคยคุยกัน การที่มีแผนแม่บททำให้เกิดการเชื่อมร้อยกันของการพัฒนา เพื่อจะรู้ว่าช่องว่างมีอยู่ตรงไหนบ้าง เราจะได้ไปพัฒนาช่องว่างอันนั้น”

ภญ.สุภาภรณ์ ยังฉายภาพอนาคตความเป็นไปได้ในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า หากดำเนินการตามแผนแม่บทฉบับนี้ เชื่อว่าการส่งออกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของอาเซียนจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

“ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่องสมุนไพรหลายเรื่อง อาเซียนมีอะไรเราก็มีอย่างนั่น เรามีนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง เรามีการบริการที่เป็นเลิศ ถ้าเกิดมีการกระจายตัวเมืองสมุนไพรตามบริเวณพื้นที่ในแต่ละภาคเพิ่มขึ้นจะทำให้เรามีข้อต่อเชื่อมกัน อย่างเช่นเราจะขายยาพวกบำรุงกระดูกจากเพชรสังฆาต ยาต้านอนุมูลอิสระจากรางจืด เราต้องเตรียมการดีๆ มีงานวิจัยเจ๋งๆ ภายใน 5 ปี เรามีโอกาสขยายตัวสูงมาก”

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรรายนี้ กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มในปัจจุบันคือผู้เคนกลัวโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ของประเทศไทยยังได้รับความน่าเชื่อถือในระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความซื่อสัตย์ มาตรฐาน เพราะฉะนั้นประเทศไทยสามารถเป็นผู้นำได้ แต่ต้องใช้วิธีการที่หลากหลายและใช้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถขายได้มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปัจจุบันอาจจะมีสมุนไพรที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น กระเช้าผีมด พญามือเหล็ก แต่ในอนาคตหากจำเป็นต้องใช้สมุนไพรตัวไหน ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญเรื่องการปลูก พืชจะไม่สูญพันธ์อย่างแน่นอน แต่สำหรับสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ในแผนแม่บทฯ จะมีการกำหนดชนิดที่สามารถพบได้ทั่วไป และมีองค์ความรู้ระดับหนึ่งในการจัดการ เช่น กระชายดำ บัวบก

—– Herbal City: เมืองสมุนไพร แผนงานสู่ความยั่งยืน —–

การพัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal City) เป็น 1 ใน 6 มาตรการการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่ 4 เรื่องสร้างความเข้มแข็งของการบริหารและนโยบายของภาครัฐ เพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรอย่างยั่งยืนของยุทธศาสตร์แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564

ดร.สุภาภรณ์ ให้ความเห็นว่า เมืองสมุนไพรนับว่าเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม มีความชัดเจน เพราะว่าในแต่ละพื้นที่มีการสั่งสมทุนทางสังคมไว้ต่างกัน การที่มีความชัดเจนในเชิงพื้นที่จะทำให้การขับเคลื่อนชัดเจนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เมืองสมุนไพรที่จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้รู้ว่ามีองค์ความรู้อะไรอยู่บ้างที่สามารถคุ้มค่ากับการลงทุน

“เราอยู่กับข้อมูลและมีความชำนาญตั้งแต่สายพันธุ์ การปลูก ทำให้รู้ว่าจะวิจัยส่วนไหน เมื่อวิจัยแล้วสามารถขายได้หรือเปล่า ทุกอย่างจะเชื่อมโยงไปถึงการนำมาใช้ประโยชน์ นับว่ามีทิศทางที่ชัดเจน ที่ผ่านมาไม่รู้จะเริ่มตรงไหน แต่การที่เรามีเมืองสมุนไพรทำให้รู้ว่าต้องทำการวิจัยตัวนี้ ใช้เครื่องมืออะไร ถ้ามีความชัดเจนตรงนี้การพัฒนาสมุนไพรก็จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น”

ปัจจุบันการพัฒนาเมืองสมุนไพรมีจังหวัดนำร่อง 4 จังหวัด คือ จังหวัดปราจีนบุรี เชียงราย สกลนคร และสุราษฎร์ธานี โดยตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคอาเซียน และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัว ภายใต้ “สมุนไพรไทยเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพและความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย”



ที่มา : >>>คลิก<<<


TAG ที่เกี่ยวข้อง