หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบการผลิต การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม >> โครงการอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Upcycle Carbon Footprint) >> จำนวนผู้เข้าชม: 468 ข้อกำหนดระบบรับรองและฉลากอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์

โครงการอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Upcycle Carbon Footprint) - ข้อกำหนดระบบรับรองและฉลากอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์
ฉบับภาษาไทย คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด English Version Click here for download

 

ข้อกำหนดระบบรับรองและฉลากอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Requirement of UPCYCLE Carbon footprint)
จากการเล็งเห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมอัพไซเคิลที่นำของเสียมาใช้ประโยชน์เป็นเศษวัสดุโดยการนำมาพัฒนาเป็นวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าเดิม ทั้งที่นำมาใช้โดยตรง หรือ ผ่านกระบวนการแปรรูปที่ไม่ซับซ้อน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการของเสียด้วยการลดการเกิดของเสียที่แหล่งกำเนิด การนำมาใช้ซ้ำ และการนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการของเสีย ตลอดจน การส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์  ทำให้นำสู่การพัฒนาระบบรับรองอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อเป็นเครื่องมือทางการตลาดในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภควัสดุหรือผลิตภัณฑ์อัพไซเคิล ว่า ทำมาจากเศษวัสดุจริง มีคุณภาพเหมาะสมต่อการใช้งาน และ มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ข้อกำหนดนี้ อ้างอิงตามข้อกำหนดของระบบรับรองและฉลากอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พัฒนาภายใต้การทำงานของ คณะกรรมการทางเทคนิค และการพิจารณาอนุมัติการดำเนินการระบบรับรองอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากคณะกรรมการกำกับดูแล รวมทั้ง มีการระดมข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมด้วยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) คาดหวังว่า ระบบรับรองอัพไซเคิลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จะช่วยยกระดับการออกแบบเชิงสร้างสรรค์วัสดุหรือผลิตภัณฑ์อัพไซเคิลให้มีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น กระตุ้นการสร้างนวัตกรรม ส่งเสริมตลาดสีเขียว เพื่อนำไปสู่การผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อไป

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
ร่วมด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์