What is Cop26 and why does it matter ? EP1 04 พฤศจิกายน 2564  186  กองส่งเสริมและเผยแพร่ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม cop26 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข่าวสิ่งแวดล้อม

What is Cop26 and why does it matter ? EP1 

ทุกประเด็นที่ควรทราบเกี่ยวกับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26

What is Cop26 ? 

เป็นเวลาเกือบสามทศวรรษ ที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ ได้เข้าร่วมการประชุมในเกือบทุกๆ ปี เพื่อตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินทางภูมิอากาศ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change; UNFCCC) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1992 ทุกประเทศได้เข้าร่วมและผูกพันตามสนธิสัญญา เพื่อป้องกันอัตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหาหนทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในวิถีทางที่มีความเท่าเทียมกัน COP ย่อมาจากคำว่า Conference of the Parties ภายใต้อนุสัญญา UNFCCC ซึ่งการประชุมประจำปีได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนไป ท่ามกลางความซับซ้อน และภาวะขึ้น - ลง ของระดับความสำเร็จในการเจรจาผลักดันต่างๆ มีทั้งชัยชนะและความสำเเร็จ เช่น COP21 ในปี 2015 ที่กรุงปารีส ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของความตกลงปารีส หรือความล้มเหลว เช่น การประชุม COP15 ที่กรุง Copenhagen ในปี 2009 สำหรับปีนี้การประชุม COP26 มีกำหนดจัดขึ้นที่เมือง Glasgow สหราชอาณาจักร หลังจากที่ต้องเลื่อนออกมาหนึ่งปีจากปัญหาการระบาดของ Covid-19

When ? 

การประชุมจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ซึ่งจัดเร็วขึ้นหนึ่งวันจากแผนเดิม เนื่องจากความกังวลของปัญหา Covid-19 โดยผู้นำจาก 120 ประเทศทั่วโลกจะเข้าร่วมการประชุมในช่วง 2 - 3 วันแรก และหลังจากนั้นจะปล่อยให้เข้าสู่กระบวนการเจรจาที่ซับซ้อน จากตัวแทนคณะเจรจาจากแต่ละประเทศ โดยมักจะเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม หรือเจ้าหน้าที่อาวุโสทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจา ประเมินว่าจะมีผู้เข้าร่วมราว 25,000 ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมนี้ การเจรจามีกำหนดสิ้นสุดในเวลา 18:00 น. ของวันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาการประชุม COP อาจจะยืดยาวออกไปถึงวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์ ก็เป็นได้

Why do we need a Cop - don't we already have the Paris agreement ?

ภายใต้ความตกลงปารีส ที่ได้รับการับรองในปี 2015 ทุกประเทศให้คำมั่นที่จะรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ที่ไม่เกิน 2C จากระดับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรม ในขณะที่จะมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาการเพิ่มขึ้นเอาไว้ที่ระดับ 1.5C ซึ่งเป้าหมายนี้มีผลเป็นพันธผูกพันทางกฏหมายที่ช่วยเน้นย้ำความสำคัญของสนธิสัญญานี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายตามความตกลง ประเทศต่างๆ ได้เห็นชอบต่อเป้าหมายที่ไม่ผูกพันที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสำหรับประเทศกำลังพัฒนาเพื่อที่จะลดการเพิ่มของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ช่วงเวลาเป้าหมายในปี 2030

สำหรับเป้าหมายของประเทศ ที่เรียกว่า Nationally Determined Contributions หรือ NDCs นั้นยังไม่เพียงพอที่จะรั้งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ตามเป้าหมายของความตกลงปารีส ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ ระดับอุณหภูมิของโลกจะเพิ่มไปถึง 3C ซึ่งจะเป็นจุดที่เป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง ทุกคนที่เกี่ยวของกับความตกลงปารีสทราบดีว่า เพียงเป้าหมายของ NDCs นั้นไม่เพียงพอ ดังนั้นฝรั่งเศสจึงสร้างกลไกวงล้อ (ratchet mechanism) ที่ทำให้ทุกประเทศต้องกลับมาที่โต๊ะเจรจาในทุกรอบ 5 ปี เพื่อแสดงเจตจำนงค์การลดก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มมากขึ้น และรอบ 5 ปีแรก ได้ครบกำหนดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2020 แต่จากปัญหาการระบาดของ Covid-19 ทำให้หลายประเทศยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินงาน

ทุกประเทศได้ถูกเร่งเร้าให้ปรับปรุงเป้าหมาย NDCs ของตนเองก่อนการประชุม Cop26 จะเริ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย 1.5C ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 2C เดิมตามความตกลงปารีส โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ประเมินว่า หากสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงได้ 45% เมื่อเทียบกับระดับการปล่อยของปี 2010 ภายในปี 2030 และสามารถบรรลุเป้าหมาย net zero ได้ภายในปี 2050 จะป็นโอกาสที่ดีที่จะรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5C ได้

Are we nearly there ?

เราเข้าใกล้เป้าหมายหรือยัง.... ไม่เลย จากรายงานของสหประชาชาติจากการประเมินเป้าหมาย NDCs ซึ่งรวมถึงเป้าหมายที่ปรับปรุงแล้วของสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และอีกกว่า 100 ประเทศ นั้นยังไม่เพียงพอ ผลที่ได้คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มขึ้น 16% แทนที่จะเป็นไปตามเป้าหมายการลด 45% ที่ต้องการ ดังนั้นยังมีอีกหลายสิ่งที่เราต้องพยายามมากยิ่งขึ้น


ที่มา: https://bit.ly/3m8finD

ขอขอบคุณข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

03 พฤศจิกายน 2564  35

เส้นทางสู่ Net Zero CO2 ของอินโดนิเซีย

05 พฤศจิกายน 2564  28

Saudi Arabia ตั้งเป้าหมาย Nat Zero GHG Emissions ภายในปี 2060