เทคโนโลยีวัสดุปิดแผล จากธรรมชาติ 28 ตุลาคม 2564  43  กองส่งเสริมและเผยแพร่ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

หากกล่าวถึงผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองไทย เชื่อว่าทุกคนคงมีผลไม้นี้ในดวงใจนั้นคือ “ทุเรียน” ซึ่งไม่ใช่แค่นิยมภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศเช่นกัน ด้วยรสชาติของเนื้อทุเรียนที่หวานอร่อยและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้ฉายาว่า “ราชาแห่งผลไม้” แต่เมื่อเราทานเนื้อหมดก็จะทิ้งเปลือกไว้ให้กลายเป็นขยะ โดยทุเรียน 1 ลูกจะมีน้ำหนักของเปลือกมากกว่าร้อยละ 60 ของน้ำหนักผล นั่นคือ มีเปลือกมากกว่าเนื้อกับเม็ด ซึ่งเม็ดเรายังสามารถนำไปประกอบอาหารได้ แต่เปลือกทุเรียนไม่สามารถนำไปประกอบอาหารได้จึงกลายเป็นขยะ แต่ในประเทศสิงคโปร์ซึ่งนิยมทานทุเรียนเช่นกัน สามารถนำเปลือกไปแปรรูปใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องมือเวชภัณฑ์ได้ นั้นคือ “ผ้าพันแผลต้านแบคทีเรีย” 

ใครจะคิดว่าเปลือกทุเรียนที่มีหนามคม ซึ่งอาจสร้างบาดแผลให้กับมือเราได้ จะกลายมาเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาแผลของเรา แต่ประเทศสิงคโปร์กลับคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถนำเปลือกทุเรียนมาใช้ประโยชน์ในการรักษาแผลได้ ชาวสิงคโปร์นิยมทานทุเรียนไม่น้อยไปกว่าคนไทย โดยมีรายงานว่า ในปี 2017 สิงคโปร์นำเข้าและบริโภคทุเรียนประมาณ 14,300 ตัน (ประมาณ 10 ล้านลูก) ซึ่งเมื่อทานเนื้อเสร็จจะทิ้งหรือเผาเปลือกและเม็ดทำให้เกิดมลภาวะสิ่งแวดล้อม ทีมนักนักวิทยาศาสตร์การอาหารจาก Nanyang Technological University, Singapore (NTU Singapore) จึงได้คิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมาตามแผนกลยุทธ์ NTU 2025 แนวทางที่ว่า “ขยะคือทรัพยากร” หรือ “waste-to-resource” โดยทีมวิจัยได้ใช้เวลา 2 ปี ในการคิดค้นวิจัยและเผยแพร่ จนกลายมาเป็น “นวัตกรรมวัสดุปิดแผลไฮโดรเจลต้านแบคทีเรียจากเปลือกทุเรียน”

นวัตกรรมนี้ถูกคิดขึ้นมาภายใต้แนวทาง “ขยะคือทรัพยากร” ดังนั้น ไม่ใช่แค่เปลือกทุเรียนแต่ยังใช้ส่วนประกอบอื่นๆ ที่มาจากผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมอื่นด้วย  โดยการสกัดเซลลูโลสคุณภาพสูงจากเปลือกทุเรียน ซึ่งเซลลูโลสจะพบได้ในผนังเซลล์พืชมีมากในส่วนเปลือก และรวมเข้ากับกลีเซอรอล ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมไบโอดีเซลและสบู่ จนกลายเป็นซอฟท์เจลคล้ายแผ่นซิลิโคน ซึ่งสามารถตัดให้มีรูปร่างและขนาดต่างๆ ได้ จากนั้นทำการเพิ่มโมเลกุลอินทรีย์ โดยใช้ยีสต์สำหรับทำขนมปัง (natural yeast phenolic) ซึ่งยีสต์นี้สามารถต้านแบคทีเรียได้ ผ้าพันแผลไฮโดรเจลนี้ได้รับการทดสอบพบว่าใช้งานได้จริงและเห็นผลดีกว่าผ้าพันแผลแบบผ้ากอซ ด้วยความสามารถในการต้านแบคทีเรียของยีสต์ natural yeast phenolic จะช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฟิล์มป้องกันการดื้อยาต้านแบคทีเรียได้ นอกจากนี้ ยังช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับแผลทำให้ลดการเกิดแผลเป็นแถมยังทำให้รู้สึกเจ็บแผลน้อยลงในขณะเปลี่ยนผ้าพันแผล เพราะไฮโดรเจลมีลักษณะนิ่มและเย็น จึงมีส่วนช่วยให้แผลหายไวขึ้นอีกด้วย 

ในปัจจุบันประเทศสิงคโปร์มีวัสดุปิดแผลไฮโดรเจลทั่วไปวางจำหน่ายแล้ว แต่วัสดุปิดแผลจากเปลือกทุเรียนมีข้อได้เปรียบ คือราคาถูกกว่าวัสดุปิดแผลไฮโดรเจลทั่วไป เพราะวัสดุปิดแผลไฮโดรเจลทั่วไปจะทำจากวัสดุสังเคราะห์ เช่น พอลิเมทาคริเลต และพอลิไวนิลไพโรลิดีน ส่วนวัสดุปิดแผลที่ต้านจุลชีพได้จะทำจากสารประกอบโลหะ เช่น ไอออนเงิน หรือทองแดง ในขณะที่วัสดุปิดแผลจากเทคโนโลยีนี้ทำจากวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ และมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าด้วย นอกจากนั้นทีมวิจัยยังสามารถนำเทคโนโลยีไปต่อยอดได้ อย่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สวมใส่ที่ต้องการความยืดหยุ่นและความสามารถในการนำสัญญาณไฟฟ้าที่ประกอบด้วยเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจและกิจกรรมทางกาย โดยพัฒนาขึ้นจากไฮโดรเจลต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสกัดเซลลูโลสของ Okara ซึ่งเป็นของเสียที่เหลือจากระหว่างการทำนมถั่วเหลือง

ในเมืองไทยก็มีเทคโนโลยีที่คล้ายกันสามารถใช้งานได้จริงและมีมาตรฐานสากล นั้นคือ “เทคโนโลยีไบโอเซลลูโลส” โดยสถาบันนวัตกรรม ปตท. ไบโอเซลลูโลสประกอบด้วยเส้นใยขนาดเล็ก 55 นาโนเมตร ซึ่งได้จากการใช้จุลินทรีย์ที่ผ่านการคัดเลือก ทำให้มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดีเป็นผลให้แผลหายไวและลดการเกิดแผลเป็นแถมรู้สึกเจ็บน้อยลงขณะเปลี่ยนผ้าพันแผลได้เช่นกัน ในอนาคตจะมีการต่อยอดโดยเติมแต่งสารออกฤทธิ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางอื่นๆ อีกด้วย โลกที่พัฒนาขึ้น เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นภายใต้แนวทางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เทคโนโลยีอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล พวกเราที่เป็นผู้บริโภคก็ควรคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเช่นกัน ช่วยกันสนับสนุนเทคโนโลยีที่เป็นมิครต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นมิครต่อโลกมากขึ้น

ที่มา : https://phys.org/.../2021-03-scientists-antibacterial-gel...

ที่มา : สถาบันนวัตกรรม ปตท.

ที่มา : https://www.onep.go.th/20-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0.../

ที่มา : https://www.matichon.co.th/advertorial/news_2117726

26 ตุลาคม 2564  49

ทำฟาร์มวัวอย่างไร ให้เป็นมิตรต่อโลก

27 ตุลาคม 2564  61

รมว.ทส. แถลงกรอบท่าทีการเจรจาประชุมสมัชชาฯ ว่าด้วยการเปลียนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26)