น้ำมันรั่ว ความเสียหายที่เกินกว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจ 04 กุมภาพันธ์ 2565  151  กองส่งเสริมและเผยแพร่ น้ำมันรั่ว ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

               การขุดเจาะปิโตรเลียมนั้น ต้องมีการดำเนินการภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ อย่างเหตุการณ์เมื่อปลายเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา พบการรั่วไหลของน้ำมันดิบบริเวณมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยรั่วไหลจากจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล และคราบน้ำมันได้กระจายออกเป็นวงกว้าง และด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น แรงลม กระแสน้ำทะเล เป็นต้น ทำให้คราบน้ำมันบางส่วนที่ยังกำจัดไม่หมด เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายหาด อย่างหาดแม่รำพึง ที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งการทำประมงที่สำคัญ

               หลายคนคงสงสัยว่า การรั่วไหลของน้ำมันดิบนั้นมีผลกระทบอย่างไร? โดย “น้ำมันดิบ (Crude Oil)” เป็นปิโตรเลียมที่มีสถานะเป็นของเหลว ประกอบด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดระเหยง่ายเป็นส่วนใหญ่ นั่นหมายความว่า น้ำมันดิบสามารถระเหยกลายเป็นไอระเหยได้ง่าย ซึ่งสารประกอบและไอระเหยของสารเหล่านี้ มีความเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะสัตว์น้ำทะเล พืชทะเล สัตว์หน้าดิน หรือแม้แต่มนุษย์เรา

               อันดับแรกมาดูผลกระทบต่อร่างกายของมนุษย์เรา หากได้รับน้ำมันดิบหรือไอระเหยของสารประกอบเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจจะมีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจอย่างฉับพลัน และในระยะยาวอาจทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น ไอ เจ็บหน้าอก เจ็บคอ หายใจลำบาก และมีการลดลงของสมรรถภาพปอด นอกจากนี้ หากได้สัมผัสทางผิวหนังหรือตาจะทำให้เกิดการระคายเคืองตา และผิวหนังได้ แต่หากได้สัมผัสเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ผิวหนังบวมแดง เกิดเป็นแผลไหม้ได้

               ไม่เพียงเท่านี้ หากกินหรือกลืนเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยตรงหรือจากการปนเปื้อนกับอาหาร อาจทำให้เกิดอาการ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และเวียนศีรษะ นอกจากนั้น หากได้รับเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้มีอาการมึนงง หัวใจเต้นเร็ว ปวดศีรษะ สับสน เดินเซ นอนไม่หลับ และมีภาวะซีด ที่สำคัญหญิงตั้งครรภ์ควรระวังเป็นพิเศษเพราะมีรายงานว่าการได้รับสารประกอบของน้ำมันดิบนานๆ อาจทำให้เกิดการแท้งและคลอดก่อนกำหนดได้ นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดมะเร็งที่ระบบต่างๆ ได้ เช่น ตับอ่อน ปอด ผิวหนัง เม็ดเลือดขาว

               ในส่วนของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม คราบน้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลงและปิดกั้นการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืช สาหร่าย และพืชน้ำต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงสภาวะการย่อยสลายของแบคทีเรียในน้ำ ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นด้วย เช่น ปลา สัตว์หน้าดิน ปะการัง นอกจากนั้น ทำให้ทัศนียภาพของทะเลและชายหาดเสียหายทั้งคราบสกปรก และกลิ่นเหม็นของน้ำมันดิบ

               นั้นหมายความว่า ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนั้นสะเทือนไปทั้งระบบนิเวศทางทะเล และเกิดการสะสมของสารพิษขึ้นในระบบห่วงโซ่อาหารด้วย และที่ปลายทางของห่วงโซ่อาหารก็คือ มนุษย์เรานี้เอง แล้วเราที่เป็นประชาชนคนธรรมดาจะป้องกันตัวเองจากกรณีนี้อย่างไร?


               ต้องกล่าวก่อนว่า หากมีความจำเป็นที่ต้องอยู่ในบริเวณหาดควรป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะประชาชาชนในพื้นที่ ควรเพิ่มความระมัดระวัง ไม่ควรรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนคราบน้ำมัน ห้ามนำปลาทะเลหรือสัตว์ทะเลที่ตายและถูกคลื่นซัดขึ้นมาที่ชายหาดมารับประทาน นอกจากนี้ หากมีการสัมผัสให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด และหากมีการกลืนกินให้รีบดื่มน้ำตามในปริมาณมากๆ และรีบไปพบแพทย์ ควรเฝ้าระวังและสังเกตอาการตนเอง และบุคคลรอบข้าง หากมีอาการข้างต้น หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้ ความรุนแรงของผลกระทบจะทุเลาลงหรือรุนแรงขึ้นขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งชนิดของน้ำมัน ปริมาณที่รั่วไหล สภาพภูมิศาสตร์ของบริเวณที่เกิดการรั่วไหล กระแสน้ำ กระแสลม การขึ้น-ลงของน้ำทะเล ตลอดจนความหลากหลายและความสมบูรณ์ของทรัพยากรโดยรอบบริเวณนั้น

               อุบัติเหตุนั้น ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทุกภาคส่วนทั้งบริษัทผู้ผลิต หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงประชาชนในท้องถิ่น ควรร่วมมือร่วมใจช่วยกันแก้ปัญหาและหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก เพราะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นนั้นมีความเสียหายเกินกว่าที่จะคิดเป็นตัวเลขได้ และการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดทำได้สำเร็จแค่ 1 – 2 สัปดาห์ แต่อาจใช้เวลานานเป็นปีเลยทีเดียว

ที่มา : 

(1). กรมควบคุมมลพิษ

(2). กรมควบคุมโรค https://bit.ly/3L9k1jl

(3). กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ https://bit.ly/3gknzkK

(4). ศูนย์รักษาพิษสารเคมีอันตรายภาคตะวันออก โรงพยาบาลระยอง และศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี https://bit.ly/3GnuTqm

(5). https://www.prachachat.net/general/news-851840

(6). https://www.facebook.com/greennewsagency/posts/306639794822052

(7). http://www.mkh.in.th/index.php?option=com_content...

20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

08 กุมภาพันธ์ 2565  40

ขอเชิญแฟนๆ ทุกเพศทุกวัย ร่วมกิจกรรมในเดือนแห่งความรัก ด้วยการแสดงความรักที่มีต่อสิ่งแวดล้อม