ดักจับฝุ่นละอองในอากาศง่ายๆ ได้ผลระยะยาว 10 พฤศจิกายน 2564  14  กองส่งเสริมและเผยแพร่ ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ง่าย ๆ ได้ผลระยะยาว ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นปัญหาหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศไทย ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เราจึงมีวิธีที่จะช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในอากาศได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ นั่นคือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว

หลาย ๆ คน คงทราบถึงประโยชน์ของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตออกซิเจนเพื่อให้มีอากาศบริสุทธิ์ การช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ดูดซับสารพิษในอากาศและดูดซับสารพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากวัสดุที่ใช้ตกแต่งอาคาร การดูดซับความร้อนจากบรรยากาศและลดอุณหภูมิโดยรอบ รวมทั้งการให้ร่มเงากับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ นอกจากนี้พืชยังสามารถช่วยในการดักจับฝุ่นละอองในอากาศได้อีกด้วย โดยต้นไม้ที่โตเต็มที่จะสามารถดักจับฝุ่นและมลพิษในอากาศ ได้ถึง 1.4 กิโลกรัมต่อปี ทั้งนี้ ปริมาณการดักจับฝุ่นละอองจะเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้นของฝุ่นละอองด้วย

วิธีการดักจับฝุ่นละอองของพืช สำหรับฝุ่นละอองที่มีขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน จะถูกพัดพาหรือตกลงในใบพืชที่ผิวใบมีความชื้น ผิวหยาบหรือมีขน หรือผิวใบที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งฝุ่นละอองบางส่วนสามารถย้อนกลับไปแขวนลอยในอากาศได้เมื่อถูกลมพัด บางส่วนจะถูกดักจับไว้ที่ผิวใบ เมื่อฝนตกก็จะถูกชะล้างลงสู่พื้นดิน แต่หากผิวใบมีความเหนียวมาก ฝุ่นละอองจะหลุดออกจากผิวของใบได้ยากขึ้น ต้องรอให้ใบร่วง ฝุ่นจึงจะกลับลงมาสู่พื้นดิน

ลักษณะพืชที่สามารถดักจับฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
1. ไม้ยืนต้นหรือไม้พุ่มที่ใบมีผิวหยาบหรือมีขนจะมีประสิทธิภาพมากกว่าผิวเรียบมัน
2. ต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบจะมีประสิทธิภาพดีกว่าไม้ผลัดใบ
3. ต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มที่มีใบขนาดเล็กจำนวนมาก จะมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นละอองสูงกว่าต้นไม้ที่มีใบขนาดใหญ่แต่มีจำนวนใบน้อย เนื่องจากมีผิวใบโดยรวมมากกว่า ทั้งนี้ พืชทุกชนิดสามารถดักจับฝุ่นละอองได้ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิวใบ และสิ่งปกคลุมบนผิวใบ

ชนิดของใบพืชที่มีความเหมาะสมในการดักจับฝุ่นละอองที่มีขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน คือ ใบพืชที่มีลักษณะ เรียวเล็ก ใบหยาบ มีขน และเหนียวของไม้ยืนต้น เช่น ตะขบฝรั่ง เถากันภัย กันภัยมหิดล เล็บมือนาง พวงประดิษฐ์ เป็นต้น นอกจากลักษณะของใบแล้ว ลักษณะของลำต้น และกิ่งก้าน ที่พันกันอย่างสลับซับซ้อนก็มีส่วนช่วยในการดักจับฝุ่นละอองได้เช่นกัน เช่น คริสตินา ข่อย ไทรย้อยใบแหลม ไทรเกาหลี เป็นต้น

จากการศึกษาพืชที่มีความสามารถในการดักจับฝุ่น 35 ชนิด โดยแบ่งเป็นพืชที่มีประสิทธิภาพต่ำสุดไปจนถึงประสิทธิภาพสูงสุด ระดับ 1 - ระดับ 5 พบว่า พืชที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากการศึกษาครั้งนี้อยู่ในระดับ 4 มีทั้งสิ้น 5 ชนิด ได้แก่
1. ทองอุไร (Tecoma stans (L.) Kunth.)
2. ตะขบฝรั่ง (Muntingia calabura L.)
3. เสลา (Lagerstroemia tomentosa C.Presl)
4. จามจุรี (Samanea saman (Jacq.) Merr.)
5. แคแสด (Spathodea campanulata P.Beauv.)
ซึ่งจากพรรณพืชที่ศึกษาทั้งหมด 35 ชนิด ยังไม่พบต้นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการดักจับฝุ่นระดับที่ 5

นอกจากนี้ พืชบางชนิดนอกจากดักจับฝุ่นได้แล้ว ยังสามารถใช้ตรวจสอบโลหะหนักที่สะสมในบรรยากาศได้ จนถูกเรียกว่าเป็น ดัชนีชีวภาพ (bio-monitors) เช่น เคราฤาษี เป็นต้น และการทำความสะอาดพืชต่าง ๆ เหล่านี้ เราสามารถรดน้ำ พ่นน้ำบริเวณใบ เพื่อล้างฝุ่นที่สะสมอยู่ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงและดักจับฝุ่นได้ดีมากยิ่งขึ้น

สำหรับรูปแบบการปลูกและสถานที่ปลูกก็มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นละอองและมลพิษ เช่น การปลูกต้นไม้บริเวณริมถนน จะสามารถช่วยดักจับฝุ่นละอองและมลพิษจากการปล่อยไอเสียของรถยนต์และงานก่อสร้างต่าง ๆ การปลูกไม้พุ่มเตี้ยในระดับใกล้พื้นดิน 0.3 - 3 เมตร จะช่วยกรองอากาศที่มีมลพิษเข้มข้นมากที่สุดในลำดับแรก ต่อมาจึงเป็นไม้ต้นที่สูง 3 - 10 เมตร สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ การปลูกต้นไม้ใหญ่จำนวนมากจะเป็นการเพิ่มชั้นกรองอากาศได้ดียิ่งขึ้น ตามอาคารบ้านเรือนที่พื้นที่จำกัด การปลูกไม้พุ่มหรือไม้เลื้อยลงในกระถางตามแนวรั้ว หลังคา ริมหน้าต่าง หรือการปลูกไม้ล้มลุกลงในกระถางแขวน จัดเป็นสวนแนวตั้ง จะช่วยกรองฝุ่นและมลพิษที่จะเข้ามาในอาคารบ้านเรือน และสามารถปลูกไม้เลื้อยได้ในพื้นที่เมืองที่มีตึกสูง และถนนแคบได้

ทั้งนี้ เราสามารถช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศของเราได้ โดยการปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านของเรา เพราะนอกจากจะช่วยดักจับฝุ่นแล้ว ต้นไม้ยังมีคุณประโยชน์กับเราและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามเราควรเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่และควรระวังการนำชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (Invasive species) เข้ามาปลูกในพื้นที่ด้วย

ในโอกาสนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอเชิญชวนประชาชน ทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อช่วยโลกใบนี้ของเราไปด้วยกัน

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.)
ผศ.ดร.ธรรมรัตน์ พุทธไทย, รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล, และ
รศ.ดร.สุระ พัฒนเกียรติ. (2562)
อุทยานหลวงราชพฤกษ์. (ม.ป.ป.)

20 เมษายน 2564  204

อุตสาหกรรมอาหารที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม

10 พฤศจิกายน 2564  257

What is Cop26 and why does it matter ? EP2