หน้าหลัก >> Knowledge >> น้ำ >> จำนวนผู้เข้าชม: 6,107 การดูแลท่อประปาและอุปกรณ์ภายในบ้านเรือน

คลังความรู้ น้ำ : การดูแลท่อประปาและอุปกรณ์ภายในบ้านเรือน

Product_36558_238310027_fullsize.jpg

จากการที่การประปานครหลวงได้จัดทำโครงการ"น้ำประปา ดื่มได้" ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2542 จนถึงปัจจุบันโดยให้บริการตรวจสอบ ดูแลแก้ไข และให้คำแนะนำเกี่ยวกับคุณภาพน้ำในอาคารของผู้ใช้น้ำ อาทิเช่น บ้านพักอาศัย โรงเรียน โรงแรม สถานที่ราชการ โรงพยาบาล และศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ใช้น้ำได้รับความรู้ และมีส่วน ร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลรักษาคุณภาพน้ำ ภายใน อาคารของตน จึงเป็นความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ระหว่างการประปานครหลวงและ ประชาชนผู้ใช้น้ำ ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้ "น้ำประปาดื่มได้" บรรลุผลสำเร็จในที่สุด และจากผลการสำรวจพบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนอาคารที่ดำเนินการ ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ภายในอาคาร ยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเกิดจากระบบท่อและอุปกรณ์ประปาภายในมีปัญหาและไม่ได้รับการแก้ไข

ปัญหาคุณภาพน้ำและการแก้ไข

1.1 ท่อประปา

(1) ท่อประปาเก่าเป็นสนิม
ท่อเหล็กอาบสังกะสีที่ใช้งานเป็นเวลานานเกินกว่า 5 ปี อาจเป็นสนิม ทำให้น้ำประปามีคราบแดง เนื่องจากตะกอน สนิมปะปนอยู่ ดังนั้น หากพบว่าท่อเก่าเป็นสนิมควรรีบเปลี่ยนใหม่ ทันที
(2) ท่อ / อุปกรณ์ประปาแตกรั่ว
หากพบว่ามีการรั่วไหลเกิดขึ้นทั้งที่เกิดขึ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ จากถังชักโครกหรือถังเก็บน้ำที่ลูกลอยชำรุด ทำให้น้ำไหลทิ้ง อยู่ตลอดเวลา ไปจนถึงการรั่วไหลมากอันเกิดจากท่อแตกรั่ว ใต้ดินที่มองไม่เห็น ควรรีบซ่อมแซมอุปกรณ์เหล่านั้นให้อยู่ ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ (วิธีการตรวจสอบการรั่วไหลได้แนะนำไว้ ในข้อ 2.2) เพราะท่อและ อุปกรณ์ที่รั่วทำให้น้ำสูญเสียไปมาก และอาจเป็นเหตุให้สิ่งสกปรกเข้าไป ในเส้นท่อได้หากท่านใช้ เครื่องสูบน้ำ

1.2 เครื่องสูบน้ำ

การติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สูบโดยตรงจากเส้นท่ออาจดูดสิ่ง สกปรกจากบริเวณใกล้เคียง เช่น น้ำขุ่นจากท่อแตกรั่ว หรือน้ำแดงจาก ท่อสนิม เข้ามาในระบบท่อประปาในอาคารได้ ดังนั้นควรติดตั้งถังพักน้ำ เพื่อสำรอง น้ำไว้ก่อน แล้วจึงสูบจากถังพักน้ำนั้นจ่ายไปยังท่อประปา ภายในอาคาร จะได้น้ำที่สะอาดปลอดภัย

1.3 เครื่องกรองน้ำ

เครื่องกรองน้ำที่ใช้งานมานานโดยไม่ล้างหรือเปลี่ยนไส้กรอง อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ ควรทำความสะอาด เครื่องกรองน้ำอยู่เสมอ โดยข้อเท็จจริงเครื่องกรองน้ำไม่ใช่สิ่งจำเป็น สำหรับการใช้ น้ำประปา

1.4 ถังพักน้ำ / ถังเก็บน้ำ

ควรล้างทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 6 เดือน หากไม่มี การล้างถังพักน้ำ/ถังเก็บน้ำเลย สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เล็ดรอดเข้าไป จะเจริญเติบโตเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้น้ำประปาปนเปื้อนสิ่ง สกปรกโดยไม่รู้ตัว ถังพักน้ำมักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำ ไม่ได้มาตรฐาน

การติดตั้งถังพักน้ำ
ควรติดตั้งถังพักน้ำให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำใช้ในอาคาร บ้านเรือน ถังพักน้ำที่ใหญ่เกินไป จะทำความสะอาดได้ยาก มีทั้งแบบ ติดตั้งบนดินและใต้ดิน ควรมีขนาดพอเก็บน้ำไว้ใช้ประมาณ 1-2 วัน เท่านั้น เพราะหากเก็บน้ำไว้นานกว่า 1-2 วัน ปริมาณคลอรีนตกค้าง ในน้ำประปาจะระเหยไปหมด เชื้อโรคหรือแบคทีเรียอาจเข้ามา ปะปนในน้ำได้ ควรเลือกถังพักน้ำชนิดที่ทนทานและปราศจากสารพิษ เพราะคลอรีนในน้ำประปาอาจทำปฏิกิริยากับโลหะบางชนิดให้เกิด การผุกร่อนและเป็นสนิมได้

การเลือกขนาดถังพักน้ำ

จำนวนผู้ใช้น้ำ (คน) ใช้ถังขนาดความจุ (ลิตร)
บ้านพักอาศัย สำนักงาน
5 20 1,000
6 25 1,300
7-8 32 1,600
9-10 40 2,000
11-15 60 3,000

วิธีทำความสะอาดถังพักน้ำ

ใส่น้ำให้เต็มถังพักน้ำ แล้วใส่คลอรีนน้ำหรือคลอรีนผง โดยให้ใช้ ปริมาณคลอรีน / ปริมาณน้ำ ตามสัดส่วนดังนี้

- คลอรีนชนิดน้ำ 5 % ควรใช้น้ำยาคลอรีน 100 ซี.ซี./น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (คิว)

- คลอรีนชนิดน้ำ 10 % ควรใช้น้ำยาคลอรีน 50 ซี.ซี./น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (คิว)

- คลอรีนชนิดผง ควรใช้ประมาณ 8 กรัม/น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (คิว)

กวนน้ำและคลอรีนให้เข้ากันเพื่อให้คลอรีนทำปฏิกิริยากับน้ำ อย่างทั่วถึง แช่ไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วจึงปล่อยน้ำคลอรีนออกจาก ถังพักน้ำให้หมด คลอรีนจะฆ่าเชื้อโรคภายในถัง จากนั้นจึงใส่น้ำประปา ที่สะอาดลงไป จะทำให้น้ำประปาที่นำไปใช้ในอาคารเป็นน้ำที่มีคุณภาพดี สะอาด ปราศจากเชื้อโรค