There are no translations available.
ความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง "ปูม้า" จากน้ำเสียที่เกิดจากแนวคิดของ
ผศ.ดร.ชลธี ชีวะเศรษฐธรรม แห่งภาควิชาเทคโนโลยีการอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ลดต้นทุนการเลี้ยงได้มากกว่าครึ่ง แถมสัตว์น้ำโตเร็ว
ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจจากชาวประมงพื้นบ้าน
โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงใน จ.ปัตตานี
จากปริมาณ "ปูม้า" ในอ่าวปัตตานี แหล่งเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีจำนวนลดลงอย่างมากช่วง
2-3 ปี ที่ผ่านมา ส่งให้ปูม้าในท้องตลาดมีราคาแพง บวกกับกุ้งที่เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่เลี้ยงราคาตกลงอย่างมาก
ทำให้ชาวบ้านมีความจำเป็นต้องมองหาสัตว์น้ำชนิดอื่นเลี้ยงทดแทน เหล่านี้ รศ.ดร.ชลธี
บอกว่า เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแนวคิดการเลี้ยง "ปูม้า" จากน้ำเสียตามโรงงานต่างๆ
ที่มีอยู่มากมายในพื้นที่
รศ.ดร.ชลธี บอกว่า วิธีการที่ตนและคณะได้พัฒนาขึ้นมาคือ การนำเอาน้ำทิ้งจากโรงงานต่างๆ
มาเป็นตัวเริ่มต้นสำหรับผลิตเป็นอาหารของลูกปูม้า โดยเฉพาะน้ำเสียจากโรงงานปลาป่น
หรือโรงงานแปรรูปอาหารทะเล และโรงงานแปรรูปยางพารา ซึ่งมีธาตุอาหารของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์แยกเอาตัวที่มีพิษออกไปและเหลือแต่ตัวที่มีประโยชน์เพื่อใช้เป็นอาหารของลูกปูม้าต่อไป
"หลักการคือ การสร้างอาหารสัตว์จากน้ำทิ้ง สุดท้ายน้ำที่ผ่านกระบวนการแล้วจะกลายเป็นน้ำสะอาด
และไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการนำเอาน้ำทิ้งจากโรงงานมาสร้างมูลค่าให้เกิดกับประชาชนโดยรอบๆ
โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยง" ผศ.ดร.ชลธี กล่าว และว่า จากงานวิจัยที่เน้นเลี้ยงลูกปูม้ากระทั่งวางไข่และกลายเป็นตัวเล็กๆ
พบว่าอาหารที่เกิดจากกระบวนการบำบัดน้ำเสียนั้น ทำให้ลูกปูม้าโตเร็ว แถมลดต้นทุนการเลี้ยงได้มากกว่าเท่าตัว
"จริงๆ แล้วการเพาะเลี้ยงปูม้าทำกันมา 4-5 ปีแล้ว แต่วิธีการใช้ประโยชน์จากน้ำทิ้งถือว่าที่นี่เป็นที่เดียวของไทย
หรือถ้าจะพูดให้ดูใหญ่โต เรียกว่าเป็นที่เดียวของโลกก็ว่าได้ ซึ่งขณะนี้มีเพื่อนชาวต่างชาติให้ความสนใจและขอมาศึกษาด้วย
แต่ยังไม่อนุญาต เพราะเราระมัดระวังมากเรื่องการถูกคนอื่นนำไปจดสิทธิบัตร"
รศ.ดร.ชลธี แจง และว่า ตรงกันข้ามคนไทยบางส่วนไม่ให้การยอมรับ เพราะกลัวเรื่องสารโลหะหนักตกค้าง
และรังเกียจสัตว์น้ำที่เพาะเลี้ยงมาจากของสกปรก
พร้อมบอกว่า ถ้าดูในกระบวนการโรงงานแปรรูปน้ำยางพารา โรงงานทำปลาป่น หรือโรงงานแปรรูปอาหารทะเลจริงๆ
แล้ว แทบไม่ได้ใช้สารใดเลย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าอาหารสำหรับลูกปูม้าที่ผลิตจากน้ำทิ้งของโรงงานต่างๆ
จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค เพราะก่อนที่จะใช้เลี้ยงลูกปูม้าได้มีการลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง
กระบวนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่พัฒนาขึ้นนี้ ผศ.ดร.ชลธี เจ้าของแนวคิด บอกว่า
นอกจากจะใช้เพาะเลี้ยงปูม้าแล้ว ยังใช้หลักการเดียวกันนี้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ
ได้อีกหลายประเภท อาทิ ปลากะพงขาว ปูทะเล กุ้งก้ามกราม และหากโครงการนำร่องนี้ประสบความสำเร็จ
ก็จะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรและชุมชนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์น้ำ