TH | EN  
 
รายการคนไทยหัวใจสีเขียว



 
 
 

 
1 ปีผ่านพ้นภัย"สึนามิ" เรียนรู้ความสูญเสียระบบนิเวศ ฟื้นฟูวิถีชีวิต-ท่องเที่ยวอันดามัน PDF Print E-mail
( 0 Votes )
Written by Administrator   
Tuesday, 27 December 2005 00:00
There are no translations available.

  คลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ไม่เพียงกวาดทำลายชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนทางภาคใต้ติดชายฝั่งอันดามันของไทยเท่านั้น หากแต่ยังได้สร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงเช่นกัน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ขยายตัวขึ้นโดยอาศัยหมู่เกาะที่งดงาม หาดทรายขาวและแนวปะการังหลากสีสัน ล้วนถูกทำลายสิ้น

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังคลื่นยักษ์ โดยเฉพาะในภาคทางธุรกิจท่องเที่ยว น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างหลักประกันให้กับสภาพธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องพึ่งพิง

กองทุนสัตว์ป่าโลก หรือที่ชาวโลกคุ้นหูกันดีกับชื่อย่อ "WWF" จัดทำเอกสารรายงานความคืบหน้า 1 ปีหลังเหตุการณ์คลื่นสึนามิผ่านพ้นเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับสิ่งแวดล้อม และแนวโน้มการฟื้นตัวของธรรมชาติดำเนินไปอย่างไร

ในทรรศนะของ WWF มองว่า การฟื้นฟูหลังสึนามินั้นควรดำเนินงานบนพื้นฐานหลักการที่ว่า ความผาสุกของมนุษย์จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปร่วมกับการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ในเบื้องต้นแนวทางการฟื้นฟูควรมุ่งตอบสนองในการสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนในท้องถิ่นภายใต้หลักการ 4 ข้อ นั่นคือ

1. มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยไม่กระทบแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ

2. มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ

3. เพิ่มพูนโอกาสในการสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการท่องเที่ยว)

4. ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากร

"กรีน โคสต์"คืนชายหาด

ตัวอย่างของโครงการที่ WWF ร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) หลายแห่งเข้ามาช่วยเหลือประสบภัยสึนามิชาวไทย คือ โครงการ "กรีนโคสต์" เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์การพื้นที่ชุ่มน้ำสากล และสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) โดยทั้งสองฝ่ายมีจุดมุ่งหมายตรงกันในอันที่จะพัฒนาพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์ ในรูปของการช่วยเหลือเพื่อปกป้องระบบนิเวศชายฝั่ง ขณะเดียวกัน ยังฟื้นฟูชุมชนในท้องถิ่นให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีดังเดิม

WWF ประเทศไทยมุ่งเน้นไปที่การประสานความร่วมมือ สำหรับในงานด้านนโยบาย ได้แก่ การวางแผน การใช้ประโยชน์ที่ดิน สิทธิในที่ดิน การเตรียมการไปสู่ความเป็นองค์กรอันเป็นที่ยอมรับในงานด้านการสนับสนุนชุมชนให้มีส่วนร่วมจัดการแหล่งทรัพยากรพื้นที่คุ้มครองทางทะเล แผนการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด และการท่องเที่ยวที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

นอกจากนั้น องค์การพื้นที่ชุ่มน้ำสากล จะจัดสรรเงินกองทุน (เงินทุน 5,000,000 บาท) เพื่อสนับสนุนโครงการขนาดเล็กในระดับท้องถิ่น ในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และสภาพชีวิตความเป็นอยู่โครงการระยะแรกจะดำเนินไปจนสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2549 โดยการสนับสนุนของ NOVIB (Oxfam) ประเทศเนเธอร์แลนด์

ประเมินความเสียหาย"อันดามัน"

"ทะเลอันดามัน" เป็นหนึ่งในเขตนิเวศที่สำคัญของโลก

มรกตแห่งอันดามัน ซึ่งหมายถึงทะเล และหมู่เกาะ อาทิ หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะพระทอง มิได้มีเพียงทิวทัศน์ที่งดงามเท่านั้น แต่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ใต้ทะเล ซึ่งประกอบด้วยแนวปะการังตระการตาเป็นแหล่งอาศัยของเต่าทะเลสัตว์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ไปจากโลกภูมิประเทศของร่องทะเลลึก ต่อเนื่องไปถึงป่าชายเลนชายหาดทอดยาวสุดสายตา แนวหญ้าทะเลใกล้ชายฝั่ง

ทะเลอันดามัน คือถิ่นอาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิดอันได้ เต่าทะเล พะยูน โลมาอิระวดี วาฬหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นบ้านของปลาในแนวปะการังอีกไม่น้อยกว่า 600 ชนิด

ความรุนแรงของคลื่นสึนามิไม่กระทบต่อปลาและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในทะเลโดยทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ยกเว้นสิ่งมีชีวิตหน้าดินขนาดเล็กใต้ทะเลซึ่งสูญหายไปพร้อมกับตะกอนทรายที่ถูกคลื่นพัดพา

แต่สึนามิส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลขนาดใหญ่มากกว่า อาทิ เต่าทะเล ปลาโลมา และพะยูน

"แนวปะการัง"พังยับ

ชายฝั่งอันดามัน คิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของชายฝั่งทะเลในประเทศไทย แต่มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ เกินกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ หากพิจารณาเฉพาะความหลากหลายของชนิดพันธุ์ที่มีความหลากหลายสูงกว่า "เกรท แบริเออร์ รีฟ" แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลกในออสเตรเลีย

แนวปะการังเหล่านี้เป็นถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์ต่างๆประกอบด้วยปะการังนานาชนิด ปลาในแนวปะการังอีกมากมาย เป็นแหล่งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมูลค่ามหาศาลให้กับประเทศไทย เนื่องจากเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ กองหินริเชลิว

มีการสำรวจความเสียหายของแนวปะการัง 2 ครั้งหลังคลื่นยักษ์ ครั้งแรกเป็นการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการโดยชมรมผู้ประกอบการดำน้ำ (DOCT) และครั้งถัดมาเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจอย่างเป็นทางการโดยกรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง

การสำรวจทั้งสองครั้งใช้หลักเกณฑ์ในการจำแนกความเสียหายที่แตกต่างกัน แต่ก็ได้ผลที่ใกล้เคียงกันผลการสำรวจของชมรมผู้ประกอบการดำน้ำ พบว่าแนวปะการัง 27% ได้รับความเสียหายระดับปานกลาง จนถึงเสียหายอย่างรุนแรง ส่วนการสำรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่า แนวปะการัง 22% เสียหายระดับปานกลางจนถึงขั้นรุนแรง

ลักษณะความเสียหาย

ความรุนแรงของกระแสคลื่นทำให้ปะการังแตกหัก ถูกพัดกระจัดกระจาย และพลิกคว่ำ ตะกอนดิน และซากปรักหักพังทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื่อง รวมถึงการเปลี่ยนตำแหน่งของปะการังก้อนที่เกาะสิมิลัน ซึ่งแนวปะการังก่อตัวสูงชัน ส่งผลให้เกิดการถล่มของมวลทรายใต้ทะเล

สภาพความเสียหายต่อแนวปะการังโดยรวมน้อยกว่าที่คาดการณ์เมื่อพิจารณาจากความเสียหายชายฝั่ง

ความเสียหายยังมีลักษณะที่ต่างไปจากการคาดการณ์ เช่น คลื่นยักษ์ปะทะเกาะสุรินทร์ ในแนวตะวันตกเฉียงใต้ แต่ความเสียหายของปะการังกลับปรากฏทางด้านเหนือของหมู่เกาะ

หมู่เกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ และเกาะพีพีได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด ส่วนแนวปะการังตั้งแต่ด้านใต้ของ จ.กระบี่ จนถึงจ.สตูล ได้รับความเสียหายน้อยมาก

การฟื้นตัวของปะการัง

แนวปะการังมีศักยภาพในการฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี ภายใต้สภาวะที่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะปะการังที่พลิกคว่ำหรือแตกแยกออกไป มีโอกาสรอดสูงมาก หากถูกนำกลับมายังตำแหน่งเดิมตามธรรมชาติ

ความเสียหายของธรรมชาติใต้ทะเลบางส่วนได้รับความช่วยเหลือจากการดำน้ำเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ด้วยการนำปะการังที่พลิกคว่ำ กลับไปสู่ตำแหน่งเดิม และช่วยขจัดตะกอนซากปรักหักพังที่ปกคลุมออกไป

โครงการสำรวจความเสียหายของแนวปะการัง ดังเช่น "Reef Check Program" ซึ่งดำเนินภายใต้การควบคุมของกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง มีผู้ประกอบการดำน้ำเข้าร่วมสำรวจอย่างกว้างขวาง

ก่อนเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ แนวปะการังของทะเลอันดามันต้องเผชิญการคุกคามอย่างรุนแรงจากการจับปลาเกินขนาด การระเบิดปลา การจัดเซาะชายฝั่ง มลพิษ และปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว

เมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ความเสียหายจากคลื่นยักษ์สึนามิอาจกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

แหล่งที่มา : www.khaosod.co.th

 
 
 
 
     
         
 
49 พระราม 6 ซอย 30 พญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 เบอร์โทรศัพท์ : 0-2278-8400-19 หรือ E-mail : info@deqp.mail.go.th
สอบถามข้อมูลสิ่งแวดล้อม : 0-2278-8444 หรือ E-mail : callcenter@deqp.go.th
สงวนลิขสิท�ิ์ พ.ศ. 2550 ตามพระราชบัญญัติลิขสิท�ิ์ พ.ศ. 2537 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
autel maxidas ds708 autel ds708 by TRECONWEBSITE autel md802 autel maxidiag md802 autel scanner